ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่ง ‘บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป’ หรือ ACOM เตรียมขาย IPO นำเงินขยายธุรกิจ-เข้าซื้อกิจการ

Must read

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือน มิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51%

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51% ผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เฉลี่ยเงินเฟ้อ 6 เดือน สูงขึ้น 5.61 %

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022 ซึ่งจัดโดยสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย

ศาลอาญา ยกฟ้อง “คุณหญิงกอแก้ว” กับพวกพ้นผิด ในกล่าวหาใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อปลอม

ศาลยกฟ้อง คุณหญิงกอแก้วกับพวก โดนกล่าวหาปลอมเอกสาร ชี้หลักฐานไม่ชัดว่าปลอม ทำให้คุณหญิงกอแก้วและลูกเขยพ้นมลทิน

CHIC โรดโชว์หุ้น IPO ฉายภาพธุรกิจที่มีศักยภาพ วางกลยุทธ์โตก้าวสู่ Digital Transformation

CHIC ผนึก เมย์แบงก์ (MST) โรดโชว์หุ้น IPO ผ่านระบบออนไลน์ ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์สร้างการเติบโต ผู้นำโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกในประเทศ เตรียมระดมทุน ปรับปรุง-ขยายสาขาในประเทศ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ก้าวสู่การเป็น Digital Transformation

บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACOM ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 20 เม.ย.65 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว

โดยเสนอขายหุ้นสามัญจำนวนรวมไม่เกิน 1,599,642,100 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 35.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ ประกอบด้วย

- Advertisement -

1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 685,560,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาทคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 15.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้

2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำนวนไม่เกิน 914,081,200 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน ร้อยละ 20.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้

โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อใช้ลงทุนขยายธุรกิจและเข้าซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์สู่ตลาดใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการได้มาซึ่งผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ใช้เป็นเงินทุนพัฒนาแพลตฟอร์ม EcommerceIQ และเทคโนโลยีด้านอื่นๆ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ EcommerceIQ SaaS และเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป 

นายวีระพงษ์ (พอล) ศรีวรกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACOM เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำการให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E – commerce Enabler) อย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ยอดขายสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) โดยมีมูลค่าเป็น 1.8 เท่าเทียบกับคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดและมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ร้อยละ 16.5 ในปี 2563

ปัจจุบันให้บริการแก่ลูกค้าใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนแบรนด์สินค้าต่างๆ พัฒนาและเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บสโตร์ มาร์เก็ตเพลสและโซเชียลมีเดีย 

บริษัทฯ ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจร ครอบคลุมการออกแบบและพัฒนาร้านค้าออนไลน์ (Webstore Development) บริหารร้านค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ (Brand Store Operations) ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ (E-commerce Strategy Consulting) ให้บริการคลังสินค้าครบวงจร (Warehousing and Fulfillment) รับชำระเงินและจัดส่งสินค้า (Payment and Delivery) วิเคราะห์และให้ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics and Insights) รวมถึงมีศูนย์บริการและดูแลลูกค้า (Customer Care Solutions) เพื่อช่วยเหลือแบรนด์ต่างๆ สื่อสารกับลูกค้า

ขณะเดียวกันบริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท ทั้งการพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี “EcommerceIQ” สำหรับการบริหารการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้เชื่อมต่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเข้ากับซอฟต์แวร์ช่องทางการเชื่อมต่อ (Application Programing Interfaces หรือ APIs) แล้วกว่า 300 รายการ ไปยังผู้ให้บริการต่างๆ ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ

รวมถึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์ “EcommerceIQ Market Insights” และซอฟต์แวร์ “EcommerceIQ Client Analytics”  ในรูปแบบ Software as a Service หรือ SaaS เพื่อให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ช่วยให้แบรนด์สินค้าเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและคู่แข่ง สามารถกำหนดราคาสินค้าและวางตำแหน่งให้กับแบรนด์ได้อย่างถูกต้อง โดยบริษัทฯ คาดว่าตลอดช่วงปี 2565 และ 2567 จะสามารถนำเสนอการให้บริการเพิ่มเติมภายใต้ EcommerceIQ SaaS ได้อีก

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีฐานลูกค้าแบรนด์ไทยและแบรนด์ชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้นกว่า 168 ราย เพิ่มขึ้นถึง 50 ราย หรือร้อยละ 42 เทียบกับปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูงสุดถึง 13 แบรนด์ จาก 100 แบรนด์แรกในปี 2564 โดยมีสินค้าที่รับบริหารจัดการสินค้ากว่า 39,221 รายการ

ขณะที่บริษัทฯมียอดขายสินค้าที่บริหารจัดการแบบครบวงจรนับจากปี 2562-2564 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 52 ปัจจัยมาจากการขยายฐานลูกค้ารายใหม่และยอดขายของลูกค้ารายเดิมที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อพิจารณายอดขายของลูกค้ารายเดิมที่เริ่มใช้บริการในปี 2559 – 2562 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2562-2564 ที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR)  ร้อยละ 35 – 184 ส่วนยอดขายสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทาง (EMV) ของบริษัทฯ ในปี 2564 อยู่ที่ 10,149.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 8,192.8 ล้านบาท  

บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน และเพิ่มฐานผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ได้แก่

1. มุ่งพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรกับกลุ่มผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรระดับโลกของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มจำนวนแบรนด์ รายการสินค้าและการให้บริการมากกว่า 1 ประเทศ

2. ลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ

3. ขยายฐานผู้ใช้บริการรายใหม่ และกลุ่มสินค้าใหม่ๆ ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

4. มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ EcommerceIQ SaaS ทั้งในด้านฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษาข้อมูล เพื่อขยายไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นทั้งบริษัทข้ามชาติและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นน้อยมาก

5. การเข้าซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อขยายตลาดใหม่ เช่น เวียดนามและขยายธุรกิจที่มีในมาเลเซีย เป็นต้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

“เรามี DKSH ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการขยายตลาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เป็นพันธมิตรที่ดีและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเราตั้งแต่ปี 58 ล่าสุดบริษัทฯ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DKSH โดยทางบริษัทฯ จะเป็นพาร์ทเนอร์เพียงรายเดียวของ DKSH สำหรับการให้บริการธุรกิจออนไลน์แบบ Business-to-Consumer หรือ B2C ทั้งหมดในประเทศที่ ACOM ดำเนินธุรกิจ โดย DKSH ได้ถ่ายโอนและแนะนำแบรนด์ที่ต้องการขยายธุรกิจออนไลน์แบบ B2C ให้กับ ACOM จึงทำให้ไตรมาสที่ 4/64 แบรนด์ที่ใช้บริการของเราแบบครบวงจรเพิ่มขึ้นจาก 120 แบรนด์ (ในไตรมาสที่ 3/64) เป็น 168 แบรนด์ ทำให้มีโอกาสให้บริการแก่แบรนด์สินค้าใหม่หลายรายจาก DKSH บริษัทฯ ยังวางแผนเร่งขยายธุรกิจไปยังเวียดนามเพื่อสนับสนุน DKSH และลูกค้าของเรา” นายวีระพงษ์ (พอล) กล่าว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป , ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง ACOM ขายหุ้นไอพีโอ 1,599 ล้านหุ้น รุกขยายธุรกิจและเพิ่มฐานลูกค้าในภูมิภาค

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือน มิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51%

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51% ผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เฉลี่ยเงินเฟ้อ 6 เดือน สูงขึ้น 5.61 %

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022 ซึ่งจัดโดยสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย

ศาลอาญา ยกฟ้อง “คุณหญิงกอแก้ว” กับพวกพ้นผิด ในกล่าวหาใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อปลอม

ศาลยกฟ้อง คุณหญิงกอแก้วกับพวก โดนกล่าวหาปลอมเอกสาร ชี้หลักฐานไม่ชัดว่าปลอม ทำให้คุณหญิงกอแก้วและลูกเขยพ้นมลทิน

CHIC โรดโชว์หุ้น IPO ฉายภาพธุรกิจที่มีศักยภาพ วางกลยุทธ์โตก้าวสู่ Digital Transformation

CHIC ผนึก เมย์แบงก์ (MST) โรดโชว์หุ้น IPO ผ่านระบบออนไลน์ ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์สร้างการเติบโต ผู้นำโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกในประเทศ เตรียมระดมทุน ปรับปรุง-ขยายสาขาในประเทศ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ก้าวสู่การเป็น Digital Transformation

ORI เผย H1/65 ยอดขายแตะ 1.7 หมื่นล้าน H2 ลุยเปิด 20 โครงการ 2.65 หมื่นลบ.

ORI เผย H1/65 ยอดขายแตะ 1.7 หมื่นล้าน H2 ลุยเปิดเพิ่ม 20 โครงการ มูลค่า 2.65 หมื่นลบ. หนุนยอดขายปีนี้เข้าเป้า 3.5 หมื่นลบ.
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ