จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% ลดหรือเพิ่มภาระกันแน่??

Must read

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือน มิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51%

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51% ผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เฉลี่ยเงินเฟ้อ 6 เดือน สูงขึ้น 5.61 %

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022 ซึ่งจัดโดยสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย

ศาลอาญา ยกฟ้อง “คุณหญิงกอแก้ว” กับพวกพ้นผิด ในกล่าวหาใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อปลอม

ศาลยกฟ้อง คุณหญิงกอแก้วกับพวก โดนกล่าวหาปลอมเอกสาร ชี้หลักฐานไม่ชัดว่าปลอม ทำให้คุณหญิงกอแก้วและลูกเขยพ้นมลทิน

CHIC โรดโชว์หุ้น IPO ฉายภาพธุรกิจที่มีศักยภาพ วางกลยุทธ์โตก้าวสู่ Digital Transformation

CHIC ผนึก เมย์แบงก์ (MST) โรดโชว์หุ้น IPO ผ่านระบบออนไลน์ ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์สร้างการเติบโต ผู้นำโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกในประเทศ เตรียมระดมทุน ปรับปรุง-ขยายสาขาในประเทศ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ก้าวสู่การเป็น Digital Transformation

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือบรรดาธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ช่วยลดเพดานการ จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ จาก 10% ลงมาเหลือ 5% แต่คำถามคือการจ่ายขั้นต่ำเพียงเท่านี้จะช่วยลดภาระเพียงระยะสั้นหรือสร้างภาระเพิ่มระยะยาวกันแน่??

ในแง่ของข้อดีก็ช่วยลดภาระรายย่อยในการผ่อนชำระต่อเดือน อย่างน้อยก็พอจะมีเงินส่วนหนึ่งไปใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นอย่างอื่น ในภาวะที่หลายคนชักหน้าไม่ถึงหลัง มีภาระค่าใช้จ่ายมากมายไปหมด จนไม่รู้ว่ารายได้ที่รับแต่ละเดือนจะเอาไปชำระหนี้ก้อนไหนก่อนดี

- Advertisement -

แต่เรื่องนี้มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียในมุมของผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต  การลดเพดาน จ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต อาจช่วยลดภาระผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนก็จริง  แต่อย่าลืมว่าการจ่ายเพียงขั้นต่ำนั้นสิ่งที่จะตามมาก็คือ “ดอกเบี้ย”  และหากยิ่งยืดเวลาการจ่ายนานเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่คิดเป็นตัวเงินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

วิธีคิดดอกเบี้ยจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต

สิ่งแรกที่คุณควรรู้คือ อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นค่อนข้างสูง (สูงสุดไม่เกิน 20%) และการคิดดอกเบี้ยจะถูกคิดเป็น 2 ส่วน  คือ ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย และดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด / จำนวนวัน 1 ปี

ยกตัวอย่าง หากคุณรูดซื้อของในวันที่ 5 มกราคม จำนวน 20,000 บาท  โดยมีรอบปิดยอดการใช้จ่ายทุกวันที่ 25 ของเดือน  พอถึงวันที่ 28 มกราคม คุณตัดสินใจ จ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต 10% เป็นจำนวน 2,000 บาท 

ในรอบบิลแรกดอกเบี้ยจะยังไม่ถูกคิด แต่ในการปิดรอบการใช้จ่าย 25 กุมภาพันธ์ สิ่งที่จะปรากฎให้เห็นก็คือ “ดอกเบี้ย”

โดยดอกเบี้ยก้อนแรกคือ ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย คิดจากวงเงินที่รูดคือ 20,000 บาท จากวันที่รูดจนถึงวันที่ปิดยอดใช้จ่ายรวม 10 วัน (5 – 25 มกราคม) ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 20%

ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย = 20,000 บาท X ดอกเบี้ย 20% X 10วัน / 365 วัน = 109.58 บาท

ส่วนดอกเบี้ยก้อนที่สอง คือ ดอกเบี้ยค้างชำระ คิดจากเงินต้นคงเหลือ 18,000 บาท (20,000 บาท ลบด้วย 2,000 บาทที่จ่ายขั้นต่ำไป) โดยคิดจากวันที่เราชำระไปคือ 28 มกราคม ถึงวันปิดยอดในรอบล่าสุดคือ 25 กุมภาพันธ์ รวม 29 วัน ด้วยดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 20%

ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ = 18,000 บาท X ดอกเบี้ย 20% X 29 วัน / 365 วัน = 286.02 บาท

ดังนั้นเมื่อรวมดอกเบี้ยทั้งสองก้อน เท่ากับว่าคุณต้องจ่าย 109.58 + 286.02 = 395.60 บาท  

ถ้าจ่ายแค่ขั้นต่ำ ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยถูกยกเลิก

กรณีที่ในรอบบิลต่อมา (26 มกราคม – 25 กุมภาพันธ์) คุณไม่ได้มียอดค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น  การคิดดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ยกตัวอย่าง แต่ถ้าเกิดมียอดใหม่เกิดขึ้น ยอดที่รูดนั้นจะถูกคิดดอกเบี้ยทันที  เพราะการที่เรา จ่ายบัตรเครดิตขึ้นต่ำ เราจะถูกยกเลิกระยะเวลาผลอดดอกเบี้ยในรอบบัญชีถัดไปด้วย  

ดังนั้นหากคุณใช้จ่ายในรอบบัญชีถัดไปหลังจ่ายขั้นต่ำ ยอดนั้นจะถูกคิดดอกเบี้ยทันที  สมมุติว่าคุณใช้จ่ายอีก 5,000 บาท ในรอบบัญชี 26 มกราคม – 25 มกราคม เงินต้นที่จะถูกคิดดอกเบี้ยค้างชำระ จะกลาย 18,000 + 5,000 = 23,000 บาททันที

หากลดเพดานการจ่ายขั้นต่ำลงมาเหลือ 5% สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงคือ ดอกเบี้ยค้างชำระ ในกรณีนี้หากคุณจ่ายขั้นต่ำ 5% ด้วยเงิน 1,000 บาท  นั่นเท่ากับว่าเงินต้นที่ถูกคำนวณคือ 20,000 – 1,000 = 19,000 บาท

ดอกเบี้ยค้างชำระที่คุณต้องจ่าย = 19,000 X 20% X 29 วัน / 365 วัน = 301.91 บาท

เมื่อเทียบกับการ จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ 10% กับ 5% ดอกเบี้ยต่างกัน 15.89 บาท  แม้จะดูเป็นจำนวนไม่มาก สำหรับบางคนที่มีภาระไม่สามารถจ่ายเต็มวงเงินได้จริงๆ อาจเป็นตัวเลขที่พอจะยอมรับได้  ได้การช่วยยืดเวลาหาเงินมาจ่ายหนี้

แต่เมื่อลดวงเงินจ่ายขั้นต่ำ สิ่งที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ดอกเบี้ย  แต่มันยังหมายถึงจำนวนงวดในการชำระก็จะยิ่งยืดยาวตามไปด้วย  และยิ่งเหลือเงินค้างชำระ ก็ยิ่งถูกคิดดอกเบี้ยวนไปเรื่อยๆ อยู่นั่นเอง

ดังนั้นทางที่ดีที่สุด  แนะนำว่าควรหาเงินปิดยอดค้างชำระที่อยู่ให้หมด จะเป็นการดีที่สุด เพื่อตัดวงจรดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง  หรือควรจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำ  เพื่อลดเงินต้นที่จะถูกคำนวณในรอบบิลถัดไป  

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือน มิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51%

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.สูงขึ้น 7.66 % สูงกว่าตลาดคาด, ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน 2.51% ผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เฉลี่ยเงินเฟ้อ 6 เดือน สูงขึ้น 5.61 %

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรางวัล 12th South East Asian Table Tennis Championships 2022 ซึ่งจัดโดยสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย

ศาลอาญา ยกฟ้อง “คุณหญิงกอแก้ว” กับพวกพ้นผิด ในกล่าวหาใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อปลอม

ศาลยกฟ้อง คุณหญิงกอแก้วกับพวก โดนกล่าวหาปลอมเอกสาร ชี้หลักฐานไม่ชัดว่าปลอม ทำให้คุณหญิงกอแก้วและลูกเขยพ้นมลทิน

CHIC โรดโชว์หุ้น IPO ฉายภาพธุรกิจที่มีศักยภาพ วางกลยุทธ์โตก้าวสู่ Digital Transformation

CHIC ผนึก เมย์แบงก์ (MST) โรดโชว์หุ้น IPO ผ่านระบบออนไลน์ ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์สร้างการเติบโต ผู้นำโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกในประเทศ เตรียมระดมทุน ปรับปรุง-ขยายสาขาในประเทศ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ก้าวสู่การเป็น Digital Transformation

ORI เผย H1/65 ยอดขายแตะ 1.7 หมื่นล้าน H2 ลุยเปิด 20 โครงการ 2.65 หมื่นลบ.

ORI เผย H1/65 ยอดขายแตะ 1.7 หมื่นล้าน H2 ลุยเปิดเพิ่ม 20 โครงการ มูลค่า 2.65 หมื่นลบ. หนุนยอดขายปีนี้เข้าเป้า 3.5 หมื่นลบ.
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ