ทิสโก้แนะทำประกันสุขภาพปิดความเสี่ยงก่อนเกษียณ

Must read

CIVIL โชว์ศักยภาพ ส่งมอบงานตามกำหนด , มอง H2 โตต่อเนื่อง

CIVIL ้เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินว่าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3901 ตอน 1 จะแล้วเสร็จและส่งมอบงานที่มีคุณภาพให้แก่ภาครัฐได้ทันตามกำหนด

TPIPP เดินหน้าขยายลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ดันกำลังผลิต 526 MW ปี 2567

TPIPP ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม เพื่อผลักดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 526 เมกกะวัตต์ภายในปี 2567 ชดเชย Adder บางส่วนที่ทยอยหมดอายุลง

CPANEL ขายไอพีโอหมดเกลี้ยง เตรียมลงสนามเทรด mai 30 ก.ย.นี้

PANEL เผย การเสนอขายหุ้นไอพีโอ วันที่ 21-23 ก.ย. ที่ผ่านมา หุ้นไอพีโอ ขายหมดเกลี้ยง 39.50 ล้านหุ้น ที่ ราคา 6.00 บาท นักลงทุนให้การตอบรับดี ทั้งนี้ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในวันที่ 30 ก.ย. นี้

ACE คว้า 18 งานโรงไฟฟ้าชุมชน กำลังผลิตเสนอขายรวม 50 MW เติมเป้า 1,000 MW

ACE ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 18 บริษัท รวม 18 โครงการ (1 บริษัทย่อยต่อ 1 โครงการ) คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 59 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตเสนอขายรวม 50 เมกะวัตต์ตามลำดับ โดยโครงการที่ได้รับเลือกเป็นโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ทั้ง 18 โครงการ

ทิสโก้ เปิดมิติใหม่บริการให้คำแนะนำด้านประกันสุขภาพ เพื่อความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิต   แนะวางแผนค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลอย่างไร ให้ครอบคลุมความเสี่ยงหลังเกษียณ  ชูธีม “Life is Change. Choose Wisely. – เปลี่ยนความคิดเรื่องประกัน เลือกกรมธรรม์ที่ใช่”

นายพิชา รัตนธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr.Picha Ratanatam, Chief Wealth Management Business-Banking of TISCO Bank Public Company Limited)เปิดเผยว่า ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ให้คำแนะนำทางการเงินแก่ลูกค้าแบบ Holistic Advisory  ทิสโก้จึงเดินหน้าให้บริการให้คำแนะนำด้านประกันสุขภาพ หรือ Health Protection Advisory ควบคู่กับการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน  เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายความมั่นคงทางการเงิน และสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับไลฟ์สไตล์ที่เลือก

 อย่างไรก็ดี  คนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของการวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว  ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทางการเงินอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงในช่วงหลังเกษียณโดยไม่มีประกันสุขภาพ  ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต บางรายแม้จะมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพแล้ว  แต่ก็ไม่ได้ศึกษารายละเอียดข้อจำกัดต่างๆ   ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์ได้อย่างเต็มที่เมื่อเจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้าย  ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทองที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตต้องหมดไปในระยะเวลาอันสั้น 

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนความคิดให้การประกันสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิต เช่นเดียวกับการลงทุน  ต้องให้ความสำคัญ และต้องเลือกให้ดี  ผู้ซื้อต้องเข้าใจในรายละเอียด แต่เนื่องจากรายละเอียดที่มีค่อนข้างเยอะและเป็นภาษาที่เข้าใจยาก ทำให้อาจเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง หรือหลายครั้งก็ไม่ได้ศึกษาเงื่อนไขและข้อจำกัดของกรมธรรม์อย่างจริงจัง สุดท้ายกรมธรรม์ที่ซื้อไปก็อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง และกว่าจะรู้ตัวก็เกิดโรคร้ายขึ้นแล้ว จากนี้ไปทิสโก้จะใช้ความเชี่ยวชาญของเราช่วยให้คำแนะนำ รณรงค์ให้เห็นความสำคัญตรงนี้อย่างจริงจัง  ภายใต้ธีม “Change and Choose” หรือ “Life is Change. Choose Wisely.” นายพิชา กล่าว

นายพิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพมีมาหลายยุคสมัย จากยุคแรกที่เน้นคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว  มาถึงยุคคุ้มครองสุขภาพพ่วงประกันชีวิตแต่จำกัดความคุ้มครองในบางกลุ่มโรค ต่อมาเป็นยุคประกันสุขภาพแบบแยกประเภทค่าใช้จ่าย โดยจำกัดวงเงินในแต่ละรายการ เช่น ค่าห้อง ค่ายา ฯลฯ หากค่าใช้จ่ายกลุ่มนั้นเกินกว่าที่กรมธรรม์ระบุไว้ผู้ทำประกันก็ต้องจ่ายเพิ่ม จนมาถึงยุคล่าสุดประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย เป็นประกันสุขภาพที่ผู้ซื้อไม่ต้องกังวลเรื่องการจำกัดวงเงินค่ารักษา เพราะความคุ้มครองจะครอบคลุมตามวงเงินสูงสุดที่กรมธรรม์กำหนดไว้ 

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr.Nattakrit Laotaweesap, Head Of Wealth Advisory of TISCO Bank Public Company Limited) กล่าวว่า ข้อมูลที่จะชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้อง “เปลี่ยนความคิด” ด้านการเลือกซื้อประกันสุขภาพ สามารถพิจารณาได้จากสถิติขององค์การอนามัยโลกระบุว่าปี 2559 กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ เป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิตของคนทั่วโลกมากกว่า 40.5 ล้านคนต่อปีหรือคิดเป็น 71% (ที่มา: www.who.int, 2563) 

สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลชัดแล้วว่าขณะนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุ หลักของการเสียชีวิต 75% ของการเสียชีวิตทั้งหมด หรือประมาณ 320,000 คนต่อปีโดยในทุก 1 ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิต 37 ราย และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะโรคมะเร็ง (กระทรวงสาธารณสุข, 2563) ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลก็ปรับสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่คนไทยส่วนใหญ่ ยังคงมีความคิดว่า อาจจะยังไม่ป่วยเป็นโรคร้ายเหล่านี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง กลุ่มโรค NCDs มีโอกาสที่จะเป็นได้ง่ายขึ้นในยุคนี้ ดังนั้น ในฐานะผู้ให้บริการให้คำแนะนำด้านประกันสุขภาพ จึงอยากแนะนำให้คนไทยหันมา “เลือก” กรมธรรม์ที่จะช่วยคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ 

“ปัญหาหนึ่งที่พบ คือ การซื้อประกันที่ยังไม่ค่อยตอบโจทย์เป้าหมายของตัวเอง บางคนยังขาด หรือบางคนซื้อเกินกว่าความจำเป็น ดังนั้น ลูกค้าสามารถเข้ามารับบริการที่ปรึกษาประกันสุขภาพได้ที่สาขาธนาคารทิสโก้ทั่วประเทศ โดยจะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์กลั่นกรองผลิตภัณฑ์ประกันที่ดีที่สุด ในแต่ละประเภทจากบริษัทประกันชั้นนำมานำเสนอให้กับลูกค้าได้อย่างไม่จำกัดค่าย (Open Architecture) ด้วยคำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละราย เพราะลูกค้ามีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน จึงควรมีสิทธิเลือกสิ่งที่คุ้มค่าให้กับตัวเองมากที่สุดตั้งแต่แรก” นายณัฐกฤติ กล่าว

สำหรับวิธีการเลือกประกันสุขภาพให้ได้ประโยชน์นั้น ไม่ควรพิจารณาจากค่าเบี้ยประกันเป็นตัวตั้ง แต่ควรพิจารณารายละเอียดอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย 1.วงเงินความคุ้มครอง ควรมีความคุ้มครองขั้นต่ำราว 3 – 5 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลทั้งโรคทั่วไปและโรคร้ายแรง และสามารถรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้ 

“ความคุ้มครองนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบเหมาจ่ายต่อปี เป็นแบบประกันที่ค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปหักออกจากวงเงินความคุ้มครองต่อปี เมื่อมีการเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาล เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำประกันสุขภาพเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคเดียวกันที่มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลารักษานาน และแบบเหมาจ่ายต่อครั้ง รูปแบบนี้จะกำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งในการเข้ารับการรักษา แต่ไม่จำกัดวงเงินต่อปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการปิดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยบ่อยครั้ง หรือหลายโรคที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันภายในปีกรมธรรม์เดียวกัน” นายณัฐกฤติ กล่าว

2. ค่าห้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ถ้าต้องการให้ครอบคลุมคุณภาพการรักษาพยาบาลระดับโรงพยาบาลเอกชนก็ควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่มีค่าห้องผู้ป่วยปกติต่อวันอย่างน้อย 8,000-10,000 บาทขึ้นไป และควรเผื่อในส่วนของการรักษาตัวในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน (ICU) ด้วย 3. ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีสวัสดิการบริษัทจำเป็นต้องมีความคุ้มครองส่วนนี้อย่างยิ่ง 4.ลักษณะสัญญาการต่ออายุความคุ้มครองแบบปีต่อปี ควรเลือกทำประกันที่การันตีการต่ออายุ เพื่อเป็นหลักประกันว่าการรักษาจะมีความต่อเนื่องและสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้จนกว่าจะหายเป็นปกติ 5. อายุสูงสุด ที่บริษัทจะต่ออายุกรมธรรม์ เพราะหลังเกษียณเป็นช่วงที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากกว่าก่อนเกษียณ ฉะนั้น จึงแนะนำว่าควรเลือกแบบประกันที่สามารถต่ออายุได้เทียบเท่ากับอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยหรือประมาณ 80 ปีเป็นอย่างน้อย และ 6. การเลือกบริษัทประกัน ควรเลือกบริษัทที่มีประวัติการดำเนินกิจการที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ มีระบบการเคลมสินไหมที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไป

                “การซื้อประกันสุขภาพควรเปรียบเทียบ หรือ ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ทำความเข้าใจกับเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ของกรมธรรม์ที่อาจเป็นประเด็นที่ทำให้เราไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้ในบางกรณี และเพื่อให้เรามั่นใจว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในการรักษายามเจ็บป่วยโดยไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ในอนาคต” นายณัฐกฤติ กล่าว

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

CIVIL โชว์ศักยภาพ ส่งมอบงานตามกำหนด , มอง H2 โตต่อเนื่อง

CIVIL ้เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินว่าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3901 ตอน 1 จะแล้วเสร็จและส่งมอบงานที่มีคุณภาพให้แก่ภาครัฐได้ทันตามกำหนด

TPIPP เดินหน้าขยายลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ดันกำลังผลิต 526 MW ปี 2567

TPIPP ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม เพื่อผลักดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 526 เมกกะวัตต์ภายในปี 2567 ชดเชย Adder บางส่วนที่ทยอยหมดอายุลง

CPANEL ขายไอพีโอหมดเกลี้ยง เตรียมลงสนามเทรด mai 30 ก.ย.นี้

PANEL เผย การเสนอขายหุ้นไอพีโอ วันที่ 21-23 ก.ย. ที่ผ่านมา หุ้นไอพีโอ ขายหมดเกลี้ยง 39.50 ล้านหุ้น ที่ ราคา 6.00 บาท นักลงทุนให้การตอบรับดี ทั้งนี้ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในวันที่ 30 ก.ย. นี้

ACE คว้า 18 งานโรงไฟฟ้าชุมชน กำลังผลิตเสนอขายรวม 50 MW เติมเป้า 1,000 MW

ACE ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 18 บริษัท รวม 18 โครงการ (1 บริษัทย่อยต่อ 1 โครงการ) คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 59 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตเสนอขายรวม 50 เมกะวัตต์ตามลำดับ โดยโครงการที่ได้รับเลือกเป็นโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ทั้ง 18 โครงการ

“GLORY”เตรียมขายหุ้น IPO 70 ล้านหุ้น หลัง ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง

GLORY เปิดเผยว่า GLORY เตรียมพร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 70 ล้านหุ้น และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ