ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ ประจำปี 2563 จำนวน 1,290.6 ล้านบาท

Must read

บล.ทิสโก้ ประเมินเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด แนะหุ้นน่าเก็งกำไรเดือน ก.พ.

บล.ทิสโก้ ประเมินเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด แต่โอกาสปรับขึ้นต่อจากนี้เริ่มจำกัด แนะหุ้นน่าเก็งกำไรเดือน ก.พ.

NTSC เตรียมเข้าซื้อขายวันแรกใน mai 9 ก.พ.นี้ หลังหุ้น IPO 25 ล้านหุ้น ขายหมดเกลี้ยง

NTSC เตรียมเข้าซื้อขายวันแรกใน mai 9 ก.พ.นี้ ประกาศปิดจองซื้อหุ้น IPO 25 ล้านหุ้น ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรก

SVR เผย นลท.จองซื้อ IPO คึกคัก เตรียมลั่นระฆังเทรดตลาด mai 8 ก.พ.นี้

SVR เผย นลท.จองซื้อ IPO คึกคัก เตรียมลั่นระฆังเทรดตลาด mai 8 ก.พ.นี้

อัปเดต อัตราดอกเบี้ย “เงินฝาก-เงินกู้”  หลัง ธปท.ปรับเพิ่มดอกเบี้ย

อัปเดต อัตราดอกเบี้ย “เงินฝาก-เงินกู้”  หลัง ธปท.ปรับเพิ่มดอกเบี้ย

ายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคาร และบริษัทย่อยที่ยังมิได้ตรวจสอบ สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สรุปสาระสำคัญดังนี้

งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่นำมาเปรียบเทียบ กลุ่มธนาคารได้มีการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังเกี่ยวกับวิธีการบัญชีของการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริงซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9

ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 14,927.1 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 167.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นร้อยละ 153.6  ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 5.6 และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงร้อยละ 39.9 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 เป็นจำนวน 6,027.8 ล้านบาท

เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ ร้อยละ 1.1 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 5.1 อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิลดลงจำนวน 727.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 36 เป็นจำนวน 1,290.6 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับปีเดียวกันสาเหตุหลักเกิดจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ซึ่งสะท้อนถึงการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและโอกาสที่คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในจำนวนนี้ธนาคารได้คำนึงถึงการคาดการณ์ล่วงหน้าของโมเดลการวัดมูลค่าผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) และการตั้งสำรองเพื่อรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่ถดถอยผ่านกระบวนการ management overlay ภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9

รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563  มีจำนวน 14,927.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 167.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานอื่นจำนวน 1,654.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 153.6

โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนจำนวน 1,117 ล้านบาท สุทธิกับการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 834.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 39.9 ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการชำระค่าสินค้าและบริการและรายได้จากการเป็นนายหน้าขายประกัน  และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 652.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.6 เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและเงินลงทุน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 ลดลงจำนวน 478.6 ล้านบาทหรือร้อยละ 5.1 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น  อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ร้อยละ 59.6 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ ร้อยละ 63.5 

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับปี 2563    อยู่ที่ร้อยละ 3.2 ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2562 อยู่ที่ร้อยละ 3.5 เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและเงินลงทุน

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 227.0 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 251.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 จากสิ้นปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 241.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็นร้อยละ 90.3 จากร้อยละ 100.2     ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 10.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.6 ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ร้อยละ 4.7  สาเหตุหลักจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในปี 2563 ประกอบกับธนาคารมีมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลลูกหนี้และการติดตามหนี้

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ร้อยละ 93.3  ลดลงจากสิ้นปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 99.0  ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563   ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 2.1 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีจำนวน 54.3 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 21.4 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 15.6

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

บล.ทิสโก้ ประเมินเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด แนะหุ้นน่าเก็งกำไรเดือน ก.พ.

บล.ทิสโก้ ประเมินเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด แต่โอกาสปรับขึ้นต่อจากนี้เริ่มจำกัด แนะหุ้นน่าเก็งกำไรเดือน ก.พ.

NTSC เตรียมเข้าซื้อขายวันแรกใน mai 9 ก.พ.นี้ หลังหุ้น IPO 25 ล้านหุ้น ขายหมดเกลี้ยง

NTSC เตรียมเข้าซื้อขายวันแรกใน mai 9 ก.พ.นี้ ประกาศปิดจองซื้อหุ้น IPO 25 ล้านหุ้น ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรก

SVR เผย นลท.จองซื้อ IPO คึกคัก เตรียมลั่นระฆังเทรดตลาด mai 8 ก.พ.นี้

SVR เผย นลท.จองซื้อ IPO คึกคัก เตรียมลั่นระฆังเทรดตลาด mai 8 ก.พ.นี้

อัปเดต อัตราดอกเบี้ย “เงินฝาก-เงินกู้”  หลัง ธปท.ปรับเพิ่มดอกเบี้ย

อัปเดต อัตราดอกเบี้ย “เงินฝาก-เงินกู้”  หลัง ธปท.ปรับเพิ่มดอกเบี้ย

PQS กำหนดราคาไอพีโอ 6 บาทต่อหุ้น เสนอขาย 7-9 ก.พ. คาดเข้าเทรด SET ภายในเดือน ก.พ. นี้

PQS กำหนดราคาไอพีโอ 6 บาทต่อหุ้น เสนอขาย 7-9 ก.พ. คาดเข้าเทรด SET ภายในเดือน ก.พ. นี
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ