ลงทุนหุ้น “กัญชา-กัญชง” ได้ทางใดบ้าง??

Must read

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

ธุรกิจกัญชา ถือเป็นหนึ่งในกระแสหลักของโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการที่หลายประเทศเริ่มปลดล๊อกให้ออกจากการเป็นยาเสพติด รวมถึงประเทศไทย เราไปดูกันว่าเราจะลงทุนในธุรกิจที่กำลังเป็น Mega Trend นี้ได้อย่างไร

หุ้นกัญชาในระดับโลก

  ในหลายๆประเทศเริ่มที่จะเปิดเสรีในเรื่องของ ธุรกิจกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก การนำไปใช้ในเชิงการแพทย์ การผลิตในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนใช้ในเชิงสันทนาการ โดยประเทศที่ได้ชื่อว่าเสรีมากที่สุดก็คือแคนาดา ส่วนตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีเพียงแค่บางรัฐอย่างแคลิฟอร์เนียเท่านั้นที่อนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาได้

บริษัทหรือหุ้นที่ดำเนินธุรกิจกัญชาขนาดใหญ่ระดับโลกส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและอังกฤษ เกือบทั้งหมดจดทะเบียนอยู่ในตลาด NASDAQ อย่างเช่น Aurora Cannabis,Tilray,Cronos Group,Village Farms และ Canopy Growth Corp

ลงทุนธุรกิจกัญชาผ่าน ETF

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนใน ธุรกิจกัญชา ในระดับโลกสามารถลงทุนผ่านกองทุน ETF ซึ่งจะกระจายการลงทุนลงไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและสามารถซื้อขายได้ผ่านทางโบรกเกอร์เหมือนกับหุ้นตัวหนึ่ง 

กองแรกที่แนะนำคือ ETFMG Alternative Harvest ETF หรือตัวย่อ MJ ซึ่งเป็น ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีมูลค่าสินทรัพย์ 1,440 ล้านดอลลาร์ เน้นลงทุนในหุ้นกัญชาทั้งสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ช่วงสองปีแรกของการตั้งกองทุนสามาถสร้างผลตอบแทนได้อย่างดีแต่ช่วงสองปีหลังมีผลงานที่ลดลงเนื่องจากมีการนำผลกำไรไปลงทุนเพิ่มเติม 

อย่างไรก็ตามผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2021 ทำได้ถึง 32% และหากนับย้อนหลังไปสามเดือนสามาถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 78.91% ถือได้ว่ากำลังสร้างผลงานเป็นขาขึ้นกลับมาถือว่ามีความน่าสนใจในการลงทุน

รวมถึง AdvisorShares Pure US Cannabis ETF หรือ MSOS เป็นกองทุนน้องใหม่ที่เติบโตรวดเร็ว แม้ว่าจะมีขนาดกองเพียง 250 ล้านดอลลาร์ เล็กกว่า MJ ถึงหนึ่งในสี่ แต่ความน่าสนใจของ ETF นี้ก็คือจะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชาทางอ้อมด้วยรวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพ เหมาะสำหรับผู้ที่มองว่าบริษัทขนาดเล็กมีโอกาสจะเติบโตได้ในอนาคต 

Marketwatch เปิดเผยว่าตั้งแต่เปิดให้ลงทุนในเดือนกันยายนปีที่แล้วนี่เอง ผลตอบแทนจากการลงทุนก็แตะระดับ 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่าเริ่มต้นได้อย่างดีทีเดียว

ธุรกิจกัญชายังไม่เริ่มต้นในประเทศไทยแต่เริ่มที่กัญชง

ก่อนอื่นต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่ากัญชาและกัญชงมีความแตกต่างกัน บ้างก็ว่ากัญชงเหมือนเป็นเพศเมียของกัญชา แต่ในเชิงทฤษฎี กัญชาจะมีสารที่เรียกว่า THC ซึ่งมีผลออกฤทธิ์ทางประสาท ตรงนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้สกัดออกมาทำธุรกิจเชิงพาณิชย์แต่อย่างไรสามารถใช้ในทางการแพทย์ได้เท่านั้นและปลูกในวงจำกัด

ส่วนกัญชงจะมีสารที่เรียกว่า CBD ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมของสินค้าต่างซึ่งไม่มีผลออกฤทธิ์ทางประสาท แต่มีคุณสมบัติทำให้รู้สึกผ่อนคลายโดย CBD ที่น้อยกว่าระดับ 0.2% จะไม่นับเป็นสารเสพติด

ธุรกิจหรือบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่จะมีโอกาสเกาะกระแสของกัญชงในการนำมาต่อยอดธุรกิจก็คือกลุ่มผู้ผลิตเครื่องสำอางสมุนไพรและกลุ่มผู้ผลิตอาหารเครื่องดื่ม 

ส่วนโอกาสที่จะสามารถนำกัญชามาต่อยอดทางธุรกิจหรือเปิดเสรีให้สามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาได้ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเช่นเพาะปลูกเหมือนในหลายประเทศอาจจะยังเป็นอนาคตที่ค่อนข้างไกลพอสมควรซึ่งอาจจะต้องรอพัฒนาการตรงนี้ไปก่อน

หุ้นตัวไหนจะได้รับประโยชน์จากกระแสกัญชง

สำหรับประเทศไทยนับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขปลดล๊อกให้กัญชาและกัญชงออกจากกลุ่มยาเสพติดตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง อ.ย. ได้ออกมาประกาศว่าสินค้ากลุ่มแรกที่จะสามารถนำกัญชงมาผลิตเชิงพาณิชย์ได้ก็คือเครื่องสำอาง และสมุนไพรไทย ส่วนอาหารคาดว่าจะอนุญาตได้ภายใน เม.ย.64 นี้ ซึ่งครอบคลุมทั้งเครื่องดื่ม อาหารเสริม ขนม

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ (ประเทศไทย) ได้ออกบทวิเคราะห์ว่าน่าจะมีหุ้นตัวใดบ้างที่มีดอกาสจะผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกัญชงออกมาในล๊อตแรกซึ่งน่าจะประกอบไปด้วย

1) กลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารและเวชภัณฑ์ต้นน้ำซึ่งสามารถสกัดสาร CBD ออกจากกัญชงนำไปใช้งานต่อ ซึ่งปัจจุบันมี 3 บริษัทที่มีศักยภาพสามารถทำได้คือ RBF, DOD และ IP

2)  ผู้ประกอบการเครื่องสำอางและสมุนไพรที่จะนำสาร CBD ไปผลิตสินค้าต่อ เช่น BEAUTY, KAMART, DDD และ RS

3) ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มเช่น CBG,OSP,ICHI,SAPPE,RS,GLOCON,JKN,NRF

ขณะที่ บล.โกลเบล็ก ได้แนะนำหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากการขออนุญาตปลูกกัญชงเพื่อการค้า ได้แก่ DOD  ICHI CBG OSP SAPPE  DDD และ RBF ซึ่งถือว่าทั้งสองโบรกฯได้แนะนำหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับกัญชงที่ใกล้เคียงกัน

ถือได้ว่าทั้งกัญชาและกัญชงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงในอนาคต อย่างไรก็ตามธุรกิจดังกล่าวเพิ่งจะอยู่ในสเตจแรกเท่านั้นยังต้องยังถือว่ามีความเสี่ยงทางด้านกฎระเบียบอยู่อีกพอสมควร นักลงทุนต้องระมัดระวังความเสี่ยงนี้เป็นอย่างดี

บทความที่เกี่ยวข้อง : 8 อุตสาหกรรมเติบโตสูงสร้างผลตอบแทนดีในยุค Next Normal

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

สิวารมณ์ เคาะราคา IPO 2.20 บ.ต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. นี้ พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.66, วันที่ 1-2 ก.พ.66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ