หลักทรัพย์บัวหลวง ชี้แนวโน้ม “หุ้นไทย” Q2 ลุ้นแตะ 1,600 จุดอีกครั้ง

Must read

ttb คาดโควิดกด GDP ปี 64 เหลือโต 1.9% แต่หากฉีดวัคซีนเร็วลุ้นปี 65 โต 4.4%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดเศรษฐกิจไทยปี 64 โตเหลือ 1.9% จากเคยคาดไว้เดิมที่ 2.4% โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบสอง ได้ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสะดุดลงหลังจากที่เพิ่งฟื้นตัว

RSP บุ๊คกำไร Q1/64 โต 152.9% จับมือซาบีน่าเดินหน้ารุกตลาดออนไลน์ เพิ่มช่องทางการขายแบรนด์ Havaianas

RSP พลิกเกมธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 รุกช่องทางการขายทางออนไลน์แบบเต็มกำลัง ล่าสุดผนึกกำลังแบรนด์ชั้นนำ “ซาบีน่า” ออกสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษเจาะกลุ่มผู้บริโภค ล่าสุดบุ๊คงบ Q1/2564 มีรายได้จากการขายรวม 228 ลบ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.4 ลบ. เพิ่มขึ้น 152.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

XO โชว์กำไร Q1/64 พุ่งแรงเกือบ 122% ทำ All Time High แย้ม Q2/64 ฟอร์มสวยต่อเนื่อง

XO โชว์ผลงานซอสส่งออกสุดร้อนแรง ทำ All Time High ในทุกตัวเลข Q1/64 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 121.62% อยู่ที่เกือบ 105 ล้านบาท กวาดรายได้เพิ่มขึ้น 29% อยู่ที่ราว 352 ล้านบาท รับกลยุทธ์จ่ายค่า Listing Fee สำเร็จ หนุนแผนขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลัก

MICRO โชว์ผลงานกำไรโต 75.28% เน้นเป้าปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 หวังพอร์ตสินเชื่อโต 30%

MICRO โชว์ผลงานไตรมาส 1/2564 รายได้ 138.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวของปีก่อนถึง 38.36% ขณะที่กำไร 51.27 ล้านบาทพุ่ง 22.02 ล้านบาท โต 75.28% จากงวดเดียวปีก่อน ย้ำทิศทางการเติบโตด้วยทีมบริหารมืออาชีพประสบการณ์สูง

หลักทรัพย์บัวหลวง วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ปี 64 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ มีโอกาสลุ้นแตะระดับ 1,600 จุด ช่วงปลายไตรมาส คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนรวมครึ่งปีแรกของปี 64 เติบโต 77% เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 63 จากฐานตัวเลขกำไรที่ต่ำในปีก่อน ขณะที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องช่วยเหลือประชาชนและภาคท่องเที่ยว แนะหาจังหวะลงทุน “2 หุ้นกลุ่มเด่น” 

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 ว่า แม้สถานการณ์โควิด -19 จะกลับมาระบาดระลอกใหม่ และเชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ แต่เชื่อว่า SET Index ยังมีโอกาสลุ้นแตะระดับ 1,600 จุดได้ ในช่วงปลายไตรมาส 2 หนุนด้วย 4 เหตุผลหลัก คือ

1.กำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้อาจเติบโตประมาณ 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงไตรมาสแรกอาจโตประมาณ 83% ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2 อาจขยายตัวประมาณ 71%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปีที่ผ่านมา 

ประกอบกับตอนนี้ภาครัฐไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ประเทศเหมือนปี 63 มีเพียงมาตรการคุมเข้มเวลาเปิดปิดในบางกิจการ เพื่อป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

“กำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยได้รับแรงหนุนมาจากกลุ่มน้ำมัน และปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล มายืนระดับ 66 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล รับกับการบริโภคน้ำมันที่ฟื้นตัวทั่วโลก 

ขณะที่กลุ่มสื่อสาร, นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และประกัน คาดว่าจะมีกำไรเติบโตในไตรมาสแรก เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 4 ปี 63 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากจุดต่ำสุดในต้นปี 63 นายชัยพร กล่าว 

2.ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเช่น ผลักดันงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3 แสนล้านบาท, ธปท.อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนผันการชำระหนี้ และออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan), กระทรวงการคลังขยายมาตรการ “คนละครึ่ง” ขยายระยะเวลาโครงการ “เราชนะ” ไปจนถึงเดือนมิ.ย.64 

จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนพ.ค.นี้ และยังเพิ่มวงเงินอีก 3,000 ล้านบาท เป็น 2.13 แสนล้านบาท และขยายระยะเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90%ลดอัตราธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01 % รวมถึงการพิจารณาอาจลดมาตรการเข้มงวดในมาตรการพิจารณาสินเชื่อ LTV และผ่อนผันให้ชาวต่างชาติ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

3.แนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำไปอย่างน้อยอีก 12-18 เดือน หลังเมื่อปีก่อนธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาต่ำเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ 0-0.25% ไปถึงปี 66

และ 4.นักลงทุนอาจคลายความกังวลและเข้าลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี อาจเริ่มอ่อนตัวลง จากช่วงที่ผ่านมาที่ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1.75% จากความกังวลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯจะพุ่งจนธนาคารกลางคุมไม่อยู่ และต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในที่สุด

“จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ เรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะเห็นการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน และเป้าหมายSET Index ปี 64 ลงอย่างมีนัยยะ ปัจจุบันเราคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะอยู่ระดับ 83 จุด และดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปี 1,605 จุด ตามลำดับ

เนื่องจากกลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์, น้ำมัน, ปิโตรเคมี, พาณิชย์, สถาบันการเงิน และวัสดุก่อสร้าง ผ่านจุดต่ำสุด แม้ภาคท่องเที่ยวยังไม่สามารถกลับมาได้ โดยจะขอรอดูสถานการณ์อีกประมาณ 1 เดือน หากมีผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งขึ้นทำนิวไฮเรื่อย ๆ อาจเห็นการปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนลง”                      นายชัยพร กล่าว

นายชัยพร กล่าวต่อว่า เราแนะนำลงทุนใน “2 กลุ่มธุรกิจหลัก” คือ 1.กลุ่มกำไรเติบโตเร็วที่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่อย่าง หุ้นกลุ่มการเงินบุคคล, บริหารจัดการหนี้, ประกัน และอิเล็กทรอนิกส์ และ 2.กลุ่มธุรกิจรอการเปิดประเทศเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ คือ กลุ่มค้าพาณิชย์, สนามบิน, โรงแรม และร้านอาหาร

ส่วนกลุ่มที่แนะนำให้รอดูสถานการณ์ คือ 1.กลุ่มกำไรฟื้นตัวกลับเร็ว อย่างกลุ่มน้ำมัน, ปิโตรเคมี, กองเรือ, สถาบันการเงิน และโรงกลั่น โดยอาจเห็นราคาหุ้นปรับตัวลงบ้างในช่วงไตรมาส 2 นี้ เพราะราคาหุ้นมีการฟื้นตัวเร็วมากไปแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันดิบมีความเสี่ยงอ่อนตัวลง จากประเทศซาอุดิอาระเบียที่อาจปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีกราว 1 ล้านบาร์เรล ในการประชุมโอเปคเดือนพ.ค.นี้ และ 2.กลุ่มกำไรเติบโตสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มโรงฟ้า และ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก ในช่วงกำไรตลาดหุ้นมีการฟื้นตัวที่เร็ว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำลงทุน “ตลาดหุ้น” สัดส่วน 65% แบ่งเป็น หุ้นไทย 35% และอีกครึ่งหนึ่งในส่วนนี้ให้กระจายการลงทุนไปตลาดหุ้นต่างประเทศ “ทองคำ” สัดส่วน 10% “กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และกองทุน REIT” สัดส่วน 10% ส่วนที่เหลืออีก 15% แนะถือครอง “ตราสารหนี้ระยะสั้น” และ “เงินสด” 

โดยเราคาดว่านโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย รวมถึงการเข้าถึงวัคซีนของประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากนี้จะสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นได้โดดเด่นสุด

“กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เราคาดจะเห็นกรอบการแกว่งตัวของดัชนีประมาณ 100 จุด ฉะนั้นการลงทุนในช่วงนี้อาจต้องอยู่ในลักษณะ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” โดยหุ้นไซด์กลางจะแกว่งตัวอยู่ในระดับ 5-7% หุ้นมูลค่าตลาดใหญ่จะแกว่งตัวแคบประมาณ 5% ส่วนหุ้นขนาดเล็กตอนนี้มีเสน่ห์มากกับตลาด

เพราะสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ท่ามกลางนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจะฟื้นตัว และกำไรบริษัทจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้น  แม้ว่าจะไม่รวดเร็วเท่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในสัดส่วนที่สูงมาก

ปัจจุบันนักลงทุนโฟกัสหุ้นนอก SET100 มากขึ้น เพราะมีโอกาสจะเห็นความผันผวนของราคาประมาณ 10-15% ส่วนนักลงทุนคนไหนที่ถือหุ้น SET50 อยู่ แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อรอการฟื้นตัวของรายได้ กำไร ที่ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี” นายชัยพร กล่าว

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

ttb คาดโควิดกด GDP ปี 64 เหลือโต 1.9% แต่หากฉีดวัคซีนเร็วลุ้นปี 65 โต 4.4%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดเศรษฐกิจไทยปี 64 โตเหลือ 1.9% จากเคยคาดไว้เดิมที่ 2.4% โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบสอง ได้ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสะดุดลงหลังจากที่เพิ่งฟื้นตัว

RSP บุ๊คกำไร Q1/64 โต 152.9% จับมือซาบีน่าเดินหน้ารุกตลาดออนไลน์ เพิ่มช่องทางการขายแบรนด์ Havaianas

RSP พลิกเกมธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 รุกช่องทางการขายทางออนไลน์แบบเต็มกำลัง ล่าสุดผนึกกำลังแบรนด์ชั้นนำ “ซาบีน่า” ออกสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษเจาะกลุ่มผู้บริโภค ล่าสุดบุ๊คงบ Q1/2564 มีรายได้จากการขายรวม 228 ลบ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.4 ลบ. เพิ่มขึ้น 152.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

XO โชว์กำไร Q1/64 พุ่งแรงเกือบ 122% ทำ All Time High แย้ม Q2/64 ฟอร์มสวยต่อเนื่อง

XO โชว์ผลงานซอสส่งออกสุดร้อนแรง ทำ All Time High ในทุกตัวเลข Q1/64 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 121.62% อยู่ที่เกือบ 105 ล้านบาท กวาดรายได้เพิ่มขึ้น 29% อยู่ที่ราว 352 ล้านบาท รับกลยุทธ์จ่ายค่า Listing Fee สำเร็จ หนุนแผนขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลัก

MICRO โชว์ผลงานกำไรโต 75.28% เน้นเป้าปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 หวังพอร์ตสินเชื่อโต 30%

MICRO โชว์ผลงานไตรมาส 1/2564 รายได้ 138.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวของปีก่อนถึง 38.36% ขณะที่กำไร 51.27 ล้านบาทพุ่ง 22.02 ล้านบาท โต 75.28% จากงวดเดียวปีก่อน ย้ำทิศทางการเติบโตด้วยทีมบริหารมืออาชีพประสบการณ์สูง

AS เข้าลงทุนถือหุ้น 49% กิจการเกมส์ในเวียดนาม มูลค่า 37.80 ลบ.

AS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติลงทุนในบริษัท CONG TY TNHH CHAU A MEM (CAM) มูลค่า 2.7 หมื่นล้านเวียดนามดอง โดย CAM จะออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ในสัดส่วน 49% ให้กับ AS ทำให้บริษัทดังกล่าวจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ AS รวมทั้งคาดว่าจะดำเนินการสำเร็จภายในไตรมาส 2/64 ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรับรู้รายได้ภายในครึ่งปีหลัง
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ