“อินทนนท์” หรือเงินบาทดิจิทัลเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคนไทย

Must read

PRI ปิดเทรดวันแรก 19.20 บาท สูงขึ้น 28.00% จาก IPO ที่ 15.00 บาท

PRI ปิดตลาดเทรดวันแรกที่ 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 4.20 บาท หรือ +28.00% จากราคา IPO ที่ 15.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,516.36 ล้านบาท ราคาสูงสุด 21.90 บาท ราคาต่ำสุด 18.10 บาท

IRPC วางงบลงทุน 5 ปี 3.6 หมื่นลบ. เน้นหาธุรกิจใหม่-ต่อยอดธุรกิจเดิม ดัน EBITDA เพิ่มเป็น 3.5 หมื่นลบ.ในปี 73

IRPC ทุ่มงบลงทุน 5 ปี กว่า 3.6 หมื่นลบ.เน้นแสวงหาธุรกิจใหม่-ต่อยอดธุรกิจเดิมดัน EBITDA พุ่งแตะ 3.5 หมื่นลบ. ในปี 73

JMART ปิดดีลลงทุน 1.2 พันล้านบาท ‘สุกี้ตี๋น้อย’ มุ่งขยายธุรกิจ ตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้น ภายใน 2-3 ปี

JMART ปิดดีลลงทุน 1.2 พันล้านบาท ‘สุกี้ตี๋น้อย’ คิดเป็นสัดส่วน 30% มุ่งขยายธุรกิจ ตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้น ภายใน 2-3 ปี

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จาก 1.00% เป็น 1.25% ต่อปี มีผลทันที

คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.00 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

อินทนนท์ คือโปรเจกต์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีใหม่อย่าง Distributed Ledger Technology (DLT) หรือบล็อกเชนมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินไทยให้ทันสมัย จุดประสงค์หลักคือการ “ลดต้นทุน” ในการดำเนินการของสถาบันการเงินลง

แล้วโปรเจกต์นี้เกี่ยวข้องอะไรกับเราชีวิตคนไทยจะดีขึ้นได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเรามาเข้าใจโครงสร้างของระบบสถาบันการเงินไทยเสียก่อน ทุกวันนี้เวลาที่เราจะโอนเงินระหว่างธนาคาร จะมีตัวกลางคือ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” เป็นคนจัดการยืนยันธุรกรรมให้ระหว่างสองธนาคาร โดยผ่านระบบที่เรียกว่า Bahtnet 

วิธีการนี้แต่ละธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศไทยต้องนำเงินมาฝากไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้การยืนยันธุรกรรมเร็วขึ้น ผู้รับจะได้ไม่ต้องเสียเวลานานเกินไปในการรับเงิน แต่นี่คือต้นทุนที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งต้องเสียไปกับการที่จะต้องนำเงินไปวางไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้เกิดการรับรองธุรกรรมต่างธนาคาร

โปรเจกต์ อินทนนท์ จึงเกิดขึ้นเพื่อทำให้แต่ละธนาคารสามารถรับรองธุรกรรมกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของแต่ละรายลงและยังทำให้การทำธุรกรรมต่างๆเร็วขึ้นและโปร่งใสตรวจสอบได้

กับคำถามว่าแล้วคนไทยได้ประโยชน์อะไรจากโปรเจกต์นี้เพราะดูจะเป็นเรื่องเฉพาะระหว่างแบงก์ด้วยกัน??

ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้การที่เราจะโอนเงินระหว่างธนาคารจะมีต้นทุนเกิดขึ้นทุกครั้ง แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมหรือเสียในอัตราที่ไม่มาก แต่ธนาคารจะต้องแบกรับต้นทุนพวกนี้ ซึ่งท้ายที่สุดธนาคารก็ต้องหาทางเก็บรายได้ทางอื่นจากลูกค้าอยู่ดี

ทุกวันนี้ประเทศไทยมีต้นทุนทางการเงินจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้น ซึ่งคนทั่วไปมักจะไม่รู้เพราะเวลาเราใช้จ่ายเงินก็ไม่ต้องมีค่าธรรมเนียม แต่เบื้องหลังทุกๆการทำธุรกรรมการเงินล้วนแล้วแต่มีต้นทุน 

ตั้งแต่การพิมพ์ธนบัตร การผลิตเหรียญ ปีๆหนึ่งเราต้องใช้งบประมาณตรงนี้ไปกว่า “หมื่นล้านบาท” ตั้งแต่ค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ ฯลฯ และการที่เราสามารถกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มได้โดยสะดวก เบื้องหลังก็มีต้นทุนในการจัดส่ง การดูแลรักษา มากมาย 

หรือการโอนเงินข้ามจังหวัด โอนเงินต่างธนาคาร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีต้นทุนหมด ไม่ต่างอะไรกับธุรกิจอื่นๆ เพียงแค่เราไม่รู้เท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างบล็อกเชนจะเข้ามาช่วยลดต้นทุนของสถาบันการเงินลง ท้ายที่สุดธนาคารก็ไม่จำเป็นต้องเก็บค่าใช้จ่ายจากลูกค้า

สรุปคือ เวลานี้คนไทยอาจยังไม่เห็นภาพว่าเราได้ประโยชน์อะไรจากโปรเจกต์ อินทนนท์ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเรื่องของระหว่างสถาบันการเงินกันเอง

แต่ระยะยาวเมื่อต้นทุนทางการเงินของระบบธนาคารในประเทศลดลงคนไทยก็จะได้รับประโยชน์ในที่สุด

ล่าสุดได้มีการยกระดับโปรเจกต์อินทนนท์ให้ภาคเอกชนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมแล้วนั่นคือบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับธนาคารกลางของฮ่องกงในการโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้บล็อกเชน

แสดงให้เห็นว่าคนไทยทั่วไปเริ่มที่จะใกล้ชิดเงินบาทดิจิทัลนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วในประเทศอื่นๆ ประชาชนของเขาได้ใช้เงินดิจิทัลที่ออกมาจากธนาคารกลางกันแล้วหรือยัง?? 

แม้ว่าตอนนี้หลายๆชาติที่พัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือที่เรียกว่า CBDC จะยังอยู่ในขั้นตอนของการใช้งานระหว่างสถาบันการเงินหรือ Wholesale แต่บางประเทศอย่างสวีเดนที่เป็นต้นตำหรับของสังคมไร้เงินสดได้เริ่มนำเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางให้กับประชาชนทั่วไปได้ใช้แล้ว

รวมถึงเงินหยวนดิจิทัลของรัฐบาลจีนก็มีความชัดเจนว่าจะถูกส่งให้กับคนจีนได้ใช้อย่างแน่นอน โดยยังอยู่ในช่วงของการทดลอง

โลกการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินได้รับการยกระดับให้เข้าสู่โลกดิจิทัล การพัฒนาจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคนไทยจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

PRI ปิดเทรดวันแรก 19.20 บาท สูงขึ้น 28.00% จาก IPO ที่ 15.00 บาท

PRI ปิดตลาดเทรดวันแรกที่ 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 4.20 บาท หรือ +28.00% จากราคา IPO ที่ 15.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,516.36 ล้านบาท ราคาสูงสุด 21.90 บาท ราคาต่ำสุด 18.10 บาท

IRPC วางงบลงทุน 5 ปี 3.6 หมื่นลบ. เน้นหาธุรกิจใหม่-ต่อยอดธุรกิจเดิม ดัน EBITDA เพิ่มเป็น 3.5 หมื่นลบ.ในปี 73

IRPC ทุ่มงบลงทุน 5 ปี กว่า 3.6 หมื่นลบ.เน้นแสวงหาธุรกิจใหม่-ต่อยอดธุรกิจเดิมดัน EBITDA พุ่งแตะ 3.5 หมื่นลบ. ในปี 73

JMART ปิดดีลลงทุน 1.2 พันล้านบาท ‘สุกี้ตี๋น้อย’ มุ่งขยายธุรกิจ ตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้น ภายใน 2-3 ปี

JMART ปิดดีลลงทุน 1.2 พันล้านบาท ‘สุกี้ตี๋น้อย’ คิดเป็นสัดส่วน 30% มุ่งขยายธุรกิจ ตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้น ภายใน 2-3 ปี

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จาก 1.00% เป็น 1.25% ต่อปี มีผลทันที

คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.00 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

DTCENT เคาะราคาไอพีโอ 2.86 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 1-2 และ 6 ธ.ค.65 เข้าเทรด SET 15 ธ.ค.นี้

DTCENT เคาะราคาไอพีโอ 2.86 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 1-2 และ 6 ธ.ค.65 เข้าเทรด SET 15 ธ.ค.นี้ ชูจุดเด่นหุ้นเทคโนโลยี GPS เบอร์ 1 ผนึกพันธมิตรรายใหญ่ หนุนอนาคตโตกระฉูด
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ