เลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมนำเสนอมุมมองพัฒนาการสินทรัพย์ดิจิทัล ในงานสัมมนานานาชาติ FII ครั้งที่ 6

Must read

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าร่วมนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการสินทรัพย์ดิจิทัลในงานสัมมนานานาชาติ Future Investment Initiative (FII) ครั้งที่ 6 หัวข้อ “Writing the Rules of Crypto” ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565

ตามที่สถาบัน Future Investment Initiative Institute (FII) มีหนังสือเรียนเชิญ เลขาธิการ ก.ล.ต. เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Writing the Rules of Crypto” ในงานสัมมนานานาชาติ FII ครั้งที่ 6

เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมกับผู้ประกอบการ ได้แก่ Sam Blatteis (Co-Founder & CEO, The MENA Catalysts), Ola Doudin (Co-Founder & CEO, BitOasis) และ Michelle Ritter (Founder & CEO, Steel Perlot Management) โดยมี Edie Lush (Executive Producer & Co-Host, Global GoalsCast) เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งประกอบด้วยประเด็นสนทนา ดังนี้

(1) แนวทางการส่งเสริมการพูดคุยหารือระหว่างผู้ลงทุน ผู้พัฒนา ผู้ประกอบธุรกิจ และภาครัฐ
(2) ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หากภาครัฐไม่ได้มีการกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน และ
(3) มุมมองอนาคตของตลาดและธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี ในอีก 15 ปีข้างหน้า

เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นว่า การส่งเสริมแนวทางการหารือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้ลงทุนจะเกิดขึ้นได้ต้องเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างกันจะเกิดผลประโยชน์ร่วมกัน โดย ก.ล.ต. ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง และการออกร่างประกาศหลักเกณฑ์หรือแนวคิดต่าง ๆ จะดำเนินการจัดให้มีการเปิดรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชน

ซึ่ง ก.ล.ต. พร้อมที่จะรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ด้วย ก.ล.ต. ยึดถือนโยบายการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมสนับสนุน พัฒนานโยบาย และการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม และเนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่ดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และมีการทำธุรกรรมข้ามประเทศ (cross-border/borderless) ความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิก International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และในระดับภูมิภาคจึงมีความสำคัญเช่นกัน

สำหรับบัญชีการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาก จากปี 2562 ซึ่งมีประมาณ 100,000 บัญชี เป็นประมาณ 3 ล้านบัญชี ภายในเวลา 3 ปี ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ใช้เวลากว่า 40 ปี จึงมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในจำนวนใกล้เคียงกัน

ก.ล.ต. จึงได้ส่งเสริมความรู้ผ่านการสร้างหลักสูตรคริปโท 101 มีการออกคำเตือนผู้ซื้อขายซึ่งบางส่วนเป็นเยาวชน ได้รับทราบถึงความเสี่ยง และที่สำคัญได้เน้นย้ำว่าการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ควรต้องเข้าใจในรายละเอียดและความเสี่ยง รวมถึงไม่ควรลงทุนแบบกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out : FOMO)

อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. สนับสนุนการระดมทุนโดยใช้เทคโนโลยี เช่น การออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล (digital token) เพื่อระดมทุน ดังนั้น หากภาครัฐไม่ได้ทำการกำกับดูแลอาจทำให้มีการหลอกหลวง หรือการกระทำอันไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจกระทบกับความเชื่อมั่นในการซื้อขายและส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุน

สำหรับมุมมองในอนาคตอีก 15 ปีข้างหน้า เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นว่า “เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ชัดเจน ด้วยเรื่องนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง (dynamic) อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. ยึดหลักการส่งเสริมและการพัฒนานวัตกรรมควบคู่ไปกับการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสมและใช้หลักการกำกับดูแลแบบ “same activity same risk same rule” และมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ซื้อขายอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รวมทั้งให้ความร่วมมือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , ก.ล.ต.ไทย-ดูไบ ลงนาม MoU แลกเปลี่ยนข้อมูลด้าน “ฟินเทค” ส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

สิวารมณ์ เคาะราคา IPO 2.20 บ.ต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. นี้ พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.66, วันที่ 1-2 ก.พ.66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ