แผนพัฒนาฉบับที่ 14 … เมื่อมังกรทะยานฟ้า #1

Must read

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

ทันทีที่การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 19 ครั้งที่ 5 สิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็สรุปผลการพิจารณาแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 14 ซึ่งมีสาระสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ เราไปเจาะลึกถึงแผนดังกล่าวกันว่าจะสามารถนำพามังกรให้ทะยานฟ้าได้หรือไม่ อย่างไร …

ในการพิจารณาร่างแผน 14 พรรคฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างมากหน้าหลายตา อันประกอบด้วยสมาชิกปัจจุบัน 198 คนและสมาชิกสำรอง 166 รายของคณะกรรมการกลางฯ ตลอดจนคณะกรรมการกลางถาวรด้านการตรวจสอบวินัย และเจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และทีมสนับสนุนที่ทำงานในระดับฐานรากอีกจำนวนหนึ่ง

การประชุมใช้เวลารวมกว่า 3 วัน โดยในวันแรก ที่ประชุมรับทราบรายงานผลความสำเร็จในการสร้างสังคมจีนให้เติบโตในระดับกลางได้ในทุกมิติ 

การดำเนินการตามแผนพัฒนา 13 ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปลายปี 2020 เป็นไปอย่างราบรื่น กล่าวคือ  จีนได้ปรับจูนพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์จนรุดหน้าในหลายส่วน โดยเดินหน้าปฏิรูปด้านอุปทานในเชิงลึก จัดระเบียบด้านเศรษฐกิจมหภาคในระดับที่สูงขึ้น และขยายอุปสงค์ภายในประเทศจนมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคหลัง

ในห้วงดังกล่าว เศรษฐกิจจีนประสบความสำเร็จเติบโตได้มากกว่าที่กำหนดไว้ท่ามกลางความท้าทายของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โครงสร้างเศรษฐกิจถูกปรับให้ถูกทิศถูกทาง โดยจีดีพีของจีนจะพุ่งขึ้นทะลุ 100 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นปี 2020 

ขณะเดียวกัน ในช่วงแผน 13 จีนก็สร้างงานใหม่ในชุมชนเมืองถึงกว่า 60 ล้านตำแหน่ง และสามารถรักษาความมั่นคงเชิงสังคมในแก่ประชาชนโดยรวม โดยชาวจีนมากกว่า 55 ล้านคนได้ถูกยกให้หลุดพ้นเหนือเส้นแบ่งความยากจน หรือเฉลี่ยปีละกว่า 11 ล้านคน

จีนยังสร้างผลงานชิ้นเอกด้วยการพัฒนาระบบประกันสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรัฐบาลจีนได้ออกแบบการประกันสุขภาพแก่ประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน และสวัสดิการพื้นฐานแก่ผู้สูงอายุอีกหลายร้อยล้านคน 

นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติโควิด-19 จีนยังประสานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่วางไว้ได้ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับแรก ทำให้สามารถจัดการกับวิกฤติได้อย่างยอดเยี่ยม

ในเชิงการเมือง ความเป็นผู้นำที่มีลักษณะพิเศษของจีนได้ถูกยกระดับขึ้นจนท่านสี จิ้นผิงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำโลก ขณะเดียวกันความเป็นผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์และระบอบสังคมนิยมจีนก็แสดงถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มสูงขึ้น

ในแง่ของพิมพ์เขียวตามแผนฯ ฉบับที่ 14 ซึ่งจะถูกกำหนดใช้ในช่วงปี 2021-2025 นั้น ก็รวบรวมข้อมูลและมุมมองจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนไว้อย่างพร้อมสรรพ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า พรรคฯ จะต้องพยายามทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และพิจารณาแผนเชิงยุทธ์ในการนำเอา “ความกระชุ่มกระชวย” ของจีนในยุคใหม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต 

ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายก็ควรต้องคำนึงถึงลักษณะพิเศษและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของปัจจัยแวดล้อมที่สังคมจีนกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งที่ประชุมประเมินว่า จีนยังอยู่ในระยะแรกของระบอบสังคมนิยมสมัยใหม่ จึงควรให้ความใส่ใจกับความขัดแย้งและความท้าทายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้ปัจจัยแวดล้อมระหว่างประเทศที่สลับซับซ้อนมากขึ้น

ในภาพรวม แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจตามแผน 14 จะมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนและความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ ผ่านการปรับปรุงด้านคุณภาพและประสิทธิภาพของภาคการผลิตและระบบที่ทันสมัย เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนในระดับที่สูงขึ้น 

ขณะที่ในเชิงการเมืองและสังคม แผน 14 จะให้ความสำคัญกับการริเริ่มการดำเนินนโยบาย “จีนที่สุขสงบ” และการขยายการพัฒนาสังคมที่ดีในทุกด้าน ซึ่งครอบคลุมถึงมารยาทและความสุภาพทางสังคมและความก้าวหน้าของวิถีชีวิตที่เป็นมิตร ทั้งในการทำงานและการดำรงชีพ ค่านิยมหลักของระบอบสังคมนิยมควรจะได้รับการเคารพในหมู่ประชาชน 

เพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงคุณภาพในระยะยาวตามแผน 14 จีนได้วางแนวทางการดำเนินงานในหลายส่วนควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • การส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรม โดยแสดงบทบาทนำในการนำเอานวัตกรรมเข้าไปมีส่วนในการผลักดันสู่ความทันสมัย และดำเนินกลยุทธ์ที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน 

เรื่องนี้เป็นการสานต่อแผน 13 ซึ่งเป็นครึ่งแรกของนโยบาย Made in China 2025 ทั้งนี้ ผู้นำจีนยังและผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลจีนได้กล่าวเน้นย้ำในหลายเวทีในทำนองว่า นวัตกรรมจะขับเคลื่อนและยกระดับให้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่แห่งคุณค่าของโลก ควบคู่ไปกับการสร้างเชื่อมั่นด้านอุปทานภายในประเทศในเชิงยุทธ์

  • การสร้างระบบการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ปรับปรุงพลังของภาคการผลิต และทำให้อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานมีความทันสมัย เพื่อปรับปรุงการเติบโตคุณภาพสูงและขีดความสามารถในการแข่งขันหลัก

การกำหนดแนวทางดังกล่าวนี้สะท้อนว่า ภายใต้ความท้าทายใหม่ของ “การแยกขั้ว” (Decoupling) ที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต จีนกำลังจะให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถของภาคการผลิตครั้งใหม่ของตนเองให้ถูกทิศทาง เป็นระบบ ครบวงจร และให้มีการตอบแทนเชิงมูลค่าสูง รวมทั้งยังมีความยืดหยุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างมีสมดุลมากขึ้น

และไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นจีน “ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง” พัฒนาเซมิคอนดักเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน โทรคมนาคมยุคใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และอื่นๆ ขึ้นภายในประเทศในช่วงครึ่งหลังของนโยบาย Made in China 2025 

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

สิวารมณ์ เคาะราคา IPO 2.20 บ.ต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. นี้ พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.66, วันที่ 1-2 ก.พ.66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ