YLG เปิดสถิติราคาทองช่วงเลือกตั้งสหรัฐย้อนหลัง4รอบมีทั้งขึ้นและลง

Must read

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

วายแอลจี เปิดสถิติราคาทองในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐ 4 รอบย้อนหลัง พบราคาทองมีทั้งปรับตัวเพิ่มขึ้นและลดลง แต่ครั้งล่าสุดราคาทองแกว่งตัวในกรอบกว้าง พร้อมแนะจับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐหากทรัมป์ชนะมีผลทั้งในทางบวกและลบ

แต่หากไบเดนชนะ เชื่อตลาดทองคำไปต่อได้ มองเทคนิคระยะยาวตลาดทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้น มองสัปดาห์นี้มีแนวรับที่ 1,885-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้าน 1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ล่าสุดเพิ่มสินค้าใหม่ Silver Online Futuers เพิ่มทางเลือกนักลงทุนกระจายความเสี่ยง

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่านัลงทุนเริ่มจับตาประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

หลังจากที่มีข่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความพยายามแทรกแซงจากต่างชาติ ทั้ง จีน รัสเซีย และอิหร่าน ว่าประเทศเหล่านี้มีข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของสหรัฐ และเกิดการส่งอีเมลกดดันให้มีการเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้การเลือกตั้งมีความเสี่ยงและมีความผันผวนต่อทิศทางตลาดเงินและตลาดทุน

นักลงทุนจึงจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ว่าฝ่ายใดชนะแต่ถ้ามีการเปิดเผยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกแทรกแซงจากต่างประเทศ ก็จำทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อกังขาในเรื่องความโปร่งใส และส่งผลต่อการลงทุน เพราะหากเกิดความไม่โปร่งใสแล้วโดนัลด์ ทรัมป์ แพ้การเลือกตั้ง อาจจะไม่ยอมส่งมอบอำนาจให้โจ ไบเดนอย่างราบรื่น ส่งผลให้การเมืองสหรัฐมีความเสี่ยงมากขึ้น

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าหากผลการเลือกตั้งออกมาว่าโจ ไบเดน เป็นฝ่ายชนะ จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากโจ ไบเดน มีนโยบายภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น ซึ่งหากหุ้นปรับตัวลงเงินลงทุนจะไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น

ทองคำ กลับกัน หากหากโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ แม้จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น และจะทำให้ราคาทองปรับลดลง อย่างไรก็ตาม นโยบายบางอย่างของนายทรัมป์อาจจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำได้ เพราะช่วงปีที่ผ่านมา ก็มีนโยบายสงครามการค้า ที่ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหันมาพักเงินในตลาดทองคำได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูลสถิติย้อนหลังราคาทองคำวันที่มีการเลือกตั้งสหรัฐ พบว่า 8 พ.ย. 2559 ราคาทองคำเปิดตลาดที่ 1,281.28ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ 1,275.26ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 6.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนครั้งก่อนหน้า 6 พ.ย. 2555 ราคาทองคำเปิดตลาดที่ 1,684.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ 1,715.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 31.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อ 4 พ.ย. 2551 ราคาทองคำเปิดตลาดที่ 722.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ 763.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 41.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

และเมื่อ 2 พ.ย. 2547 ราคาทองคำเปิดตลาดที่ 425.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ 421.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 4 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ จะเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและการเลือกตั้งสหรัฐไม่ชัดเจนนัก

แต่ที่น่าสังเกต คือ การเลือกตั้งในปี 2559 ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับชัยชนะเหนือนางคลินตัน ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนอย่างมากในระหว่างการซื้อขายของวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่มีการนับคะแนน

โดยมีระดับราคาสูงสุดที่ 1,337.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีระดับต่ำสุดที่ 1,269.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ มีกรอบการแกว่งตัวถึง 68.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในวันเดียว ขณะที่การเลือกตั้งในครั้งนี้มีแนวโน้มจะสร้างความผันผวนให้แก่ทองคำไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ราคาทองคำอาจแกว่งตัวในกรอบเพื่อรอความชัดเจนของการเลือกตั้ง ระยะสั้น มองว่าหากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังต้องระวังการอ่อนตัวลงของราคา ส่วนแนวรับแรกมองที่ 1,885-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ยังมีโอกาสจะแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน และหากราคาผ่านแนวต้าน 1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ จะทำให้ภาพรวมมีมุมมองเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

สิวารมณ์ เคาะราคา IPO 2.20 บ.ต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. นี้ พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.66, วันที่ 1-2 ก.พ.66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ