ASW ตั้งบ.ศึกษา-ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล, ผนึก Bitkub นำเงินดิจิทัลซื้อขายบ้าน-คอนโดฯ

Must read

INTUCH เผยกำไร H1/64 หด 4.3% ตามส่วนแบ่งกำไร ADVANC-THCOM ลดลงหลังรับพิษโควิด

INTUCH ประกาศผลประกอบการครึ่งแรกของปี 64 มีรายได้รวม 7,530 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,474 ล้านบาท ลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส และ บมจ.ไทยคม(THCOM)ลดลง

ตลท.เผย SET Index ก.ค.ลดลง 4.1% จาก มิ.ย.แต่ 7 เดือนเพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค

ตลท. เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน ก.ค.64 SET Index ปิดที่ 1,521.92 จุด ลดลง 4.1% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจาณาช่วง 7 เดือนแรกปี 64 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 5.0% ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆในภูมิภาค

LEO จับมือ ไทยดิสทริบิวชั่น ร่วมพัฒนาบริการขนส่ง ทั้งในและนอกประเทศ อย่างครบวงจร

LEO ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท.ดบ.) ร่วมมือพัฒนาบริการขนส่งครบวงจร ตลอดจนพัฒนาการขนส่งและกระจายวัคซีน เพื่อให้ครอบคลุมถึงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 

SABUY Q2 เติบโตสวนทางโควิด กำไรพุ่ง 157% มั่นใจปีนี้โตกว่า 25% ตอกย้ำความแข็งแกร่ง

SABUY สร้างผลงานโดดเด่น ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 เติบโตแรงต่อเนื่อง รายได้รวมและกำไรยังเติบโตได้ดี โดย SABUY มีรายได้รวม 397.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มแรง 157% เป็น 47.1 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วมั่นใจปีนี้ เติบโตกว่า 25% พร้อมเดินหน้าร่วมพันธมิตรเปิดธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพแกร่งของธุรกิจ

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอสเซทไวส์ (ASW) เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่4/64 ได้มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ ชื่อบริษัท ดิจิโทไนซ์ จำกัด ซึ่งจะจัดตั้งภายในเดือนก.ค.64 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 ซึ่ง ASW ถือหุ้นร้อยละ 99.97 และแหล่งเงินทุนที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนบริษัท

สำหรับบริษัท ดิจิโทไนซ์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการศึกษาและลงทุนเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอล (Digital Asset) และเทคโนโลยี โดยมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และจะแต่งตั้ง บริษัท ฟิวเจอร์คอมแพทเทเร่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาผู้ชำนาญการในการจัดการสินทรัพย์ดิจิตอล

และทางบริษัทยังเดินหน้าเติบโตด้วยกลยุทธ์ “Best Choice” มีการร่วมมือกับ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Bitkub) เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมทุกโครงการในเครือ ผ่านการแลกสกุลเงินดิจิตอลหรือคริปโทเคอเรนซี่ (Cryptocurrency) เป็นเงินบาท เพื่อใช้ในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในเครือ ASW โดยลูกค้าสามารถแลกเหรียญคริปโทฯ ผ่าน Wallet ของ Bitkub เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดธุรกิจและปรับตัวสู่นวัตกรรมทางการเงินสมัยใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือกันในครั้งนี้เกิดจากการเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบัน Bitkub.com เป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอล มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดกว่า 1,200 ล้านบาท/วัน และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ควบคู่กับ ASW ที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเป็นผู้นำด้านแคมปัสคอนโดภายใต้แบรนด์เคฟ (Kave) ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มนักศึกษาที่คุ้นเคยกับการใช้สกุลเงินคริปโทฯ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีลูกค้า Kave TU ที่ชำระเงินผ่านช่องทางดังกล่าวเข้ามาบ้างแล้ว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW กล่าวว่า บริษัทยังคงมั่นใจรายได้ปีนี้จะแตะ 5 พันล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อนตามที่ตั้งไว้ หลังมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 4,700 ล้านบาท

โดยในครึ่งแรกของปีมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จคือโครงการ เคฟ ทาวน์ ชิฟท์ (Kave Town Shift) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลัง มี 2 โครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการเคฟ ทียู (Kave TU) มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท และโครงการโมดิซ สุขุมวิท 50 (Modiz Sukhumvit 50) มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้จนถึงปี 65

และทางบริษัท และยังเตรียมเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่าโครงการรวม 9,700 ล้านบาท เช่น โครงการแอทโมซ บางนา (Atmoz Bangna) มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท ในไตรมาส 2/64 และโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบด้วยโครงการเคฟ เอวา (Kave Ava) มูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท, โครงการโมดิซ ไรห์ม คลาวด์ (Modiz Rhyme Cloud) มูลค่าโครงการ 3,700 ล้านบาท, โครงการโมดิซ ศรีราชา (Modiz Sriracha) มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท และโครงการบ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41 โฮมออฟฟิศ (Baan Puri Puri Ladproa 41 – Home Office) มูลค่าโครงการ 87 ล้านบาท

ทางบริษัทคาดว่าสถานการณ์ช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากมาตรการกระจายวัคซีน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจน่าจะทยอยกลับมาในไตรมาส 3/64 และในไตรมาส 4/64 ที่สามารเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ก็จะทำให้มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าต่างชาติที่กลับเข้ามาด้วย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : ASW โชว์ Q1/64 กำไรพุ่ง 361.8% พลิกกลยุทธ์เติบโต ผุดโปรเจคใหม่ต่อเนื่อง 9,700 ลบ.

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

INTUCH เผยกำไร H1/64 หด 4.3% ตามส่วนแบ่งกำไร ADVANC-THCOM ลดลงหลังรับพิษโควิด

INTUCH ประกาศผลประกอบการครึ่งแรกของปี 64 มีรายได้รวม 7,530 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,474 ล้านบาท ลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส และ บมจ.ไทยคม(THCOM)ลดลง

ตลท.เผย SET Index ก.ค.ลดลง 4.1% จาก มิ.ย.แต่ 7 เดือนเพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค

ตลท. เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน ก.ค.64 SET Index ปิดที่ 1,521.92 จุด ลดลง 4.1% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจาณาช่วง 7 เดือนแรกปี 64 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 5.0% ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆในภูมิภาค

LEO จับมือ ไทยดิสทริบิวชั่น ร่วมพัฒนาบริการขนส่ง ทั้งในและนอกประเทศ อย่างครบวงจร

LEO ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท.ดบ.) ร่วมมือพัฒนาบริการขนส่งครบวงจร ตลอดจนพัฒนาการขนส่งและกระจายวัคซีน เพื่อให้ครอบคลุมถึงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 

SABUY Q2 เติบโตสวนทางโควิด กำไรพุ่ง 157% มั่นใจปีนี้โตกว่า 25% ตอกย้ำความแข็งแกร่ง

SABUY สร้างผลงานโดดเด่น ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 เติบโตแรงต่อเนื่อง รายได้รวมและกำไรยังเติบโตได้ดี โดย SABUY มีรายได้รวม 397.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มแรง 157% เป็น 47.1 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วมั่นใจปีนี้ เติบโตกว่า 25% พร้อมเดินหน้าร่วมพันธมิตรเปิดธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพแกร่งของธุรกิจ

COTTO ผุดขยายคลังเซรามิก ตามแผน-ลุ้นโควิดคลี่คลายหนุนผลงาน Q4/64 ฟื้นโต

COTTO มีแผนการขยายคลังเซรามิกเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่มีจำนวนเพิ่มมาอยู่ที่ 54 สาขา จากสิ้นปี 63 อยู่ที่ 40 สาขา ตั้งเป้าครบ 100 สาขาปี 66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ