BBL รายงานกำไรสุทธิปี 2564 จำนวน 26,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.3%

Must read

พรีโม โชว์แผนธุรกิจปี 65 “At Your Service Every Moment” ตั้งเป้ารายได้โต 2-3 เท่าภายใน 3 ปี

พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น” ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดแผนเติบโตแบบพหุจักรวาล กางแผนธุรกิจปี 2565 พร้อมแนวคิด “At Your Service Every Moment” พัฒนาบริการ 3 กลุ่มหลัก

CIVIL ลุ้นปิดดีลเมกะโปรเจกต์ มูลค่า 5,000–10,000 ล้านบาท ลุยธุรกิจเหมืองหินหนุนผลิตวัสดุก่อสร้าง

CIVIL เผยทิศทาง Q2/65 ลุ้นผลประมูลเมกะโปรเจกต์ มูลค่ารวมกว่า 5,000-10,000 ล้านบาท  ดัน Backlog แตะ 15,000 – 20,000 ล้านบาท ลุยธุรกิจเหมืองหินหนุนผลิตวัสดุก่อสร้าง

SCB CIO แนะทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนทั่วโลกชั้นดีระดับ A – ขึ้นไป คาด H2 แนวโน้มเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย เริ่มลดอัตราเร่งลง

SCB CIO ประเมินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเริ่มอยู่ในช่วงทยอยลดอัตราเร่งลง ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

SPCG คาด Q2/65 ทรงตัวก่อนฟื้น H2/65, ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ ไม่น้อยกว่า 4,700 ลบ.

SPCG คาด Q2/65 ทรงตัวก่อนฟื้น H2/65,ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ ไม่น้อยกว่า 4,700 ล้านบาท และมุ่งขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าดันกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มเป็น 2,000 MW ในปี 93

ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 26,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.6% จากปีก่อน เป็นผลจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตาเต็มปี และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการบริหารต้นทุนเงินรับฝาก

ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.10% สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25.7% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากธุรกิจหลักทรัพย์ การอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด

- Advertisement -

สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการรวมค่าใช้จ่ายของธนาคารเพอร์มาตาทั้งปี โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็น 50.0% นอกจากนี้ ธนาคารได้พิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 34,134 ล้านบาท จากการพิจารณาปัจจัยผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสายพันธุ์โอมิครอน รวมถึงความไม่แน่นอนของความเสี่ยงจากการกลายพันธุ์ของไวรัสที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง

โดย ธนาคารกรุงเทพ ยังคงดำรงฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังต้องใช้เวลาและเตรียมพร้อมสำหรับการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย

ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2564 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,588,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากสิ้นปี 2563 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมลดลงเป็น 3.2% ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 225.8%

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564 จำนวน 3,156,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากการที่ลูกค้ายังคงต้องการดำรงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในภาวะที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 82.0%

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน 2564 ธนาคารออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ อายุ 15 ปี ที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ภายใต้หลักเกณฑ์ Basel III จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564 ธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 19.6% 16.0% และ 15.2% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ในปี 2564 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดของโควิด-19 โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไตรมาส 3 ธุรกิจจำนวนมากในภาคบริการและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาลที่ใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส

อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาส 4 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทยอยลดลง และสัดส่วนของผู้ที่ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นตามลำดับ รัฐบาลจึงเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดและตัดสินใจเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งในช่วงปลายปี ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยและการบริโภคภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัว

สำหรับภาคการส่งออกของไทยมีการขยายตัวมากขึ้นเนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่ค้า และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการผลิตทั่วโลก ในระยะข้างหน้า การระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนและการกลายพันธุ์ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการออกมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนที่ประสบปัญหา พร้อมทั้งดูแลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและเอื้อให้เกิดการปรับตัวอย่างเหมาะสมตามฐานวิถีชีวิตใหม่ภายหลังโควิด-19

ธนาคารกรุงเทพได้สนับสนุนมาตรการของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ พร้อมเข้าใจความต้องการและปัญหาของลูกค้า ธนาคารเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สอดคล้องกับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงโควิด-19

รวมถึงการปรับวิธีการดำเนินธุรกิจและการขยายธุรกิจเพื่อรองรับโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะทำให้เราก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง: ธนาคารกรุงเทพ

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

พรีโม โชว์แผนธุรกิจปี 65 “At Your Service Every Moment” ตั้งเป้ารายได้โต 2-3 เท่าภายใน 3 ปี

พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น” ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดแผนเติบโตแบบพหุจักรวาล กางแผนธุรกิจปี 2565 พร้อมแนวคิด “At Your Service Every Moment” พัฒนาบริการ 3 กลุ่มหลัก

CIVIL ลุ้นปิดดีลเมกะโปรเจกต์ มูลค่า 5,000–10,000 ล้านบาท ลุยธุรกิจเหมืองหินหนุนผลิตวัสดุก่อสร้าง

CIVIL เผยทิศทาง Q2/65 ลุ้นผลประมูลเมกะโปรเจกต์ มูลค่ารวมกว่า 5,000-10,000 ล้านบาท  ดัน Backlog แตะ 15,000 – 20,000 ล้านบาท ลุยธุรกิจเหมืองหินหนุนผลิตวัสดุก่อสร้าง

SCB CIO แนะทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนทั่วโลกชั้นดีระดับ A – ขึ้นไป คาด H2 แนวโน้มเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย เริ่มลดอัตราเร่งลง

SCB CIO ประเมินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเริ่มอยู่ในช่วงทยอยลดอัตราเร่งลง ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

SPCG คาด Q2/65 ทรงตัวก่อนฟื้น H2/65, ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ ไม่น้อยกว่า 4,700 ลบ.

SPCG คาด Q2/65 ทรงตัวก่อนฟื้น H2/65,ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ ไม่น้อยกว่า 4,700 ล้านบาท และมุ่งขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าดันกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มเป็น 2,000 MW ในปี 93

GULF-CRC ร่วมทุน ลุยธุรกิจ Solar Rooftop เช่าพื้นที่หลังคา ‘ไทวัสดุ’ ขายไฟกลุ่มเซ็นทรัล

GULF-CRC จับมือ ร่วมทุน ดำเนินธุรกิจ Solar Rooftop นำร่องติดตั้งบนหลังคา “ไทวัสดุ” ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าเครือเซ็นทรัล-กลุ่มอื่น ๆ
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ