IRC กำไรงวดปี 63 โต 31.54% แม้รายได้หด

Must read

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) (IRC) เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำรอบปีบัญชี 2563 สิ้นสุดก.ย.63 ว่า ในปีนี้ IRC มีรายได้จากงบปีบัญชี 2563 ที่ 4,433.89 ล้านบาท ลดลง 19.11% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

ขณะที่ผลกำไรในรอบปีบัญชี 2563 เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 31.54% มาเป็น 219.06 ล้านบาทในปีนี้ ทั้งนี้เนื่องจากประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน นวัตกรรม ราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัว ตลอดจนการได้รับเงินปันผลจากบริษัทในเครือ

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติเสนอการจ่ายปันผล โดยจะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อขอมติอนุมัติการจ่ายปันผลทั้งสิ้น 109,531,425 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราหุ้นละ 0.5699 บาท จะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

แม้ว่าประเทศไทยและทั่วโลกกำลังประสบปัญหาวิกฤติโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ IRC ไม่หยุดที่จะค้นหาโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ วิกฤติโควิด-19 ทำให้เกิดพฤติกรรม New Normal ที่คนไทยถูกกระตุ้นให้เข้าสู่สังคมออนไลน์เร็วขึ้น การสั่งอาหารและสินค้าออนไลน์ เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติครั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโดยตรง ทำให้ธุรกิจการส่งสินค้าและอาหารออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว

“ต้องยอมรับว่าทุกวิกฤติ ย่อมมีโอกาส และเมื่อโอกาสมาถึงพนักงานส่งสินค้าและอาหารออนไลน์ ทำให้ผู้ขับขี่ต่างสนใจต่อความปลอดภัยจากการใช้รถจักรยานยนต์ที่เป็นพาหนะขนส่งเพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครอบครัว ยางรถจักรยานยนต์ IRC คือคำตอบของผู้ขับขี่ จึงทำให้ยอดขายยางรถจักรยานยนต์ IRC เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะผู้ขี่ขับรถจักรยานยนต์ต้องการยางที่ดี มีคุณภาพสูง จึงเลือกใช้ยาง IRC ด้วยความมั่นใจว่ายาง IRC เป็นยางที่ผู้ขับขี่วางใจว่าใช้แล้วปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ”นางพิมพ์ใจ กล่าว

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่าปัจจุบันยางรถจักรยานยนต์ IRC จำหน่ายตรงเข้าสู่โรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ในรูป OEM (Original Equipment for Manufacturers) โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดของ OEM คิดเป็น 55% ทำให้ IRC เป็นแบรนด์ผู้นำในตลาดทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ด้านการใช้รถจักรยานยนต์ขนส่งสินค้าและอาหารออนไลน์ ส่วนยอดส่งออกมีปริมาณลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยเนื่องจากสภาวะโควิด-19 ทั่วโลก

เครดิต : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

- Advertisement -spot_img

More articles

Latest article