KKP คาด GDP ปี 65 ฟื้นโต 3.9% จับตา 3 ปัจจัยฉุดท่องเที่ยวฟื้นตัวจำกัด

Must read

GRAMMY พร้อมรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เตรียมเปิดตัว NFT คาดชัดเจนใน Q1/65

GRAMMY เตรียมเปิดตัวธุรกิจ NFT ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรหลายราย โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในการเปิดตัวธุรกิจ NFT ในช่วงไตรมาส 1/65

ตลท.เผย SET Index พ.ย.64 ลดลง 3.4% วิตกโควิดโอไมครอน-เฟดเร่งลด QE

ตลท. เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน พฤศจิกายน 2564 SET Index ปิดที่ 1,568.69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน

YLG มองราคาทองคำ เดือน ธ.ค. มีโอกาสดีดตัวขึ้น จับตาประชุมเฟด 14-15 ธ.ค. นี้

YLG มองราคาทองคำมีโอกาสดีดตัวขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. ประเมินแนวต้าน 1,803-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวรับที่ 1,751-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จับตาประชุมเฟด 14-15 ธ.ค. นี้

PTTEP เตรียมลงทุนแปลงสำรวจปิโตรฯบนบก ใน UAE ภายในปี 64

PTTEP เตรียมขยายการลงทุนในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยจะเข้าลงทุนในแปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบก “แอเรีย ซี” ในรัฐชาร์จาห์ ยูเออี ตามกลยุทธ์การขยายการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ คาดว่า

KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร คาดเศรษฐกิจไทยปี 2565 โต 3.9% โดยเศรษฐกิจจะยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 จนถึงปี 2566 โดยมองเศรษฐกิจไทยปีหน้าเริ่มฟื้นตัว หลังเปิดเศรษฐกิจและเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และมีอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจกลับมาได้อย่างช้าๆ และการฟื้นตัวยังคงมีความเสี่ยงอยู่

โดยความเสี่ยงสำคัญในปี 2565 คือการระบาดในประเทศรอบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว อัตราเงินเฟ้อ เศรษฐกิจจีน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยไทย

โดยการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ นับเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงนโยบายครั้งสำคัญของภาครัฐไปสู่นโยบาย “อยู่ร่วมกับโควิด” (Living with Covid) จากก่อนหน้านี้ที่มาตรการภาครัฐถูกมองว่าสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและกระทบวิถีชีวิตโดยปกติของประชาชน

แม้ไทยจะเป็นประเทศในลำดับต้น ๆ ในภูมิภาคที่เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีอยู่มาก ทั้งมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกเพื่อการท่องเที่ยวของประเทศต้นทาง จำนวนเส้นทางบินที่ลดลงจากธุรกิจการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงโควิด

รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่จะยังคงหายไปตลอดช่วงครึ่งปีแรกเป็นอย่างน้อย จะส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นไปได้อย่างจำกัดในระยะแรก ก่อนที่การท่องเที่ยวจะทยอยกลับมาคึกคักมากขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งปีราว 5.8 ล้านคน ต่ำกว่าระดับ 40 ล้านคนในปี 2562

KKP Research ประเมินว่าภายในสิ้นปีนี้ ไทยจะมีอัตราการรับวัคซีนครบจำนวนโดสราว 60% ของประชากร และสามารถฉีดวัคซีนครบจำนวนโดสได้เกิน 70-80% ประชากรภายในไตรมาส 1/65 ปัจจุบันจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบจำนวนโดส (2 เข็ม) ทั่วประเทศยังน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร โดยมีเพียงกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ตเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนครบจำนวนโดสเกินกว่า 70% ของประชากร และจากประสบการณ์ในต่างประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดรอบใหม่ได้

ดังนั้นความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงยังมีอยู่หลังมีการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ แต่อัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นเป็นลำดับจะช่วยลดความเสียหายและแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขได้

การท่องเที่ยวจะยังมีข้อจำกัดด้านการฟื้นตัวในปีหน้าหลังเปิดประเทศ จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. การคงมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของประเทศหรือดินแดนในฝั่งเอเชียส่วนใหญ่ที่เป็นแหล่งนักท่องเที่ยวหลักของไทยและคิดเป็นถึง 75% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงก่อนโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเอเชียจะยังคงเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลักและจะยังเข้ามาไทยในสัดส่วนที่น้อยกว่าช่วงสถานการณ์ปกติมาก

2. นักท่องเที่ยวจีนที่จะหายไปตลอดครึ่งปีแรกและอาจยังไม่กลับมากระทั่งปลายปี จากนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดของทางการจีน ในห้วงเวลาที่จีนจะจัดกิจกรรมสำคัญซึ่งรวมถึงมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ และการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

3. การเดินทางโดยเครื่องบินที่จะยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งจากจำนวนและเส้นทางเที่ยวบินที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล และความกังวลต่อการเดินทางโดยเครื่องบินของนักท่องเที่ยวบางส่วน

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเพิ่มเติมที่ต้องจับตาอีก 3 ประการ ได้แก่

1. ความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

2. การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

3. ทิศทางอัตราดอกเบี้ยไทยที่อาจถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา

KKP Research คาดอัตราเงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6% ตลอดปี 2565 แต่เสี่ยงเร่งตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2% จากราคาน้ำมันที่อาจยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 85 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลเป็นผลมาจากกำลังการผลิตที่เร่งขึ้นไม่ทันอุปสงค์โลกที่เริ่มฟื้นตัวในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

ขณะที่ในระยะต่อไปราคาน้ำมันอาจมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากแนวโน้มการลดการปล่อยคาร์บอนและพันธสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ที่ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันชะลอการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต แม้ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก

แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น มีการปรับราคาสินค้า บริการ และค่าจ้าง จนก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว (stagflation risk) และยังกระทบต่อสถานะของกองทุนน้ำมัน

นอกจากนี้ เงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างน้อยในช่วงครึ่งปีแรก จะส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น และส่งผ่านผลกระทบเพิ่มเติมต่ออัตราเงินเฟ้อ

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากภาคการท่องเที่ยวแล้ว การส่งออกสินค้าไทยยังพึ่งพาตลาดจีนสูงถึง 14% ของมูลค่าการส่งออกรวม หรือคิดเป็น 6% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดังนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มแผ่วลงจากการตึงตัวด้านพลังงาน การขาดแคลนตู้ขนส่งและสภาพคล่องทางการเงินในภาคธุรกิจ และวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าขั้นกลาง ที่ไทยส่งออกไปจีนในสัดส่วนสูง

โดยในระยะต่อไปความเสี่ยงในด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจีนจะยังมีอยู่ จากการปรับเปลี่ยนนโยบายเชิงโครงสร้างของทางการจีนเพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตนเองทั้งในด้านการผลิตและตลาด ตลอดจนการส่งเสริม ‘ความมั่งคั่งร่วมกัน’  (Common Prosperity) ที่อาจกระทบต่อความมั่นใจของภาคธุรกิจจีนและธุรกิจต่างชาติที่ลงทุนในจีน

นอกจากนี้ ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ และด้วยนโยบายกดโควิดให้เป็นศูนย์ การปิดเมืองและการปิดกั้นการเดินทางอาจจำเป็นต้องนำมาใช้อีกครั้งหากการระบาดระลอกใหม่ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้

KKP Research ประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ในปี 2565 และมีโอกาสจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 66 ด้วยภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้า คณะกรรมการนโยบายการเงินมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับปัจจุบันจนกว่าภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในช่วงปลายปีหน้า

แต่มีโอกาสที่ กนง.อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปี 2565 ได้ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจเริ่มขึ้นดอกเบี้ยภายในช่วงครึ่งหลังของปี เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาด หรือการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

GRAMMY พร้อมรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เตรียมเปิดตัว NFT คาดชัดเจนใน Q1/65

GRAMMY เตรียมเปิดตัวธุรกิจ NFT ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรหลายราย โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในการเปิดตัวธุรกิจ NFT ในช่วงไตรมาส 1/65

ตลท.เผย SET Index พ.ย.64 ลดลง 3.4% วิตกโควิดโอไมครอน-เฟดเร่งลด QE

ตลท. เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน พฤศจิกายน 2564 SET Index ปิดที่ 1,568.69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน

YLG มองราคาทองคำ เดือน ธ.ค. มีโอกาสดีดตัวขึ้น จับตาประชุมเฟด 14-15 ธ.ค. นี้

YLG มองราคาทองคำมีโอกาสดีดตัวขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. ประเมินแนวต้าน 1,803-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวรับที่ 1,751-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จับตาประชุมเฟด 14-15 ธ.ค. นี้

PTTEP เตรียมลงทุนแปลงสำรวจปิโตรฯบนบก ใน UAE ภายในปี 64

PTTEP เตรียมขยายการลงทุนในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยจะเข้าลงทุนในแปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบก “แอเรีย ซี” ในรัฐชาร์จาห์ ยูเออี ตามกลยุทธ์การขยายการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ คาดว่า

MICRO มั่นใจพอร์ตสินเชื่อปี 65 โตตามเป้า 30% คุม NPL ต่ำกว่า 3%

MICRO ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 65 โดยวางเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเป็น 5 พันล้านบาทเติบโตกว่า 30% โดยจะมีการปล่อยสินเชื่อใหม่ 3,000 -3,300 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 3%
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ