KTC กำไรปี 63 หดรับโควิด พร้อมปรับแผนปีนี้สร้างความแข็งแกร่งพอร์ตลูกหนี้

Must read

KCE กำไรปี 65 ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

KCE กำไรปี 65 อยู่ที่ 2,317.23 ล้านบาท ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

ตลท. mai รับ บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี (NTSC) เริ่มซื้อขาย 9 ก.พ. ราคา IPO 26.25 บาทต่อหุ้น

บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี ผู้นำเข้า ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบ สารปรุงแต่งในอาหารคนและอาหารสัตว์ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 9 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,625 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “NTSC”

กนง. เผยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด

กนง.ย้ำความจำเป็นทยอยขึ้นดอกเบี้ย สอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ส่งออกชะลอตัวปีนี้ ก่อนฟื้นตัวปี 67 ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด

MEB พร้อมเข้าเทรดในตลาด mai 14 ก.พ.นี้ หลังประสบความสำเร็จขาย IPO 75.5 ล้านหุ้น

MEB ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 75.5 ล้านหุ้น ชูจุดแข็งผู้จำหน่าย E-Book เบอร์ 1 เมืองไทย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่โชว์สปิริตขอล็อคอัพหุ้นทั้งหมด 100%

KTC เผยปี 63 มีกำไรสุทธิ 5,332.86 ล้านบาท ลดลง 3.5% หลังรายได้รวมลดลงจากผลกระทบโควิด-19 ทำยอดใช้จ่ายผ่านบัตรลดลง และ NIM หดตัว เหตุ ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับลดเพดานดอกเบี้ย วางกลยุทธ ปี 64 รุกสินเชื่อจำนำทะเบียนรถผ่าน “เคทีซี พี่เบิ้ม” ปล่อยสินเชื่อ 1 พันล้านบาท

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของเคทีซีในปี 63 ตามตามมาตรฐาน TFRS9 กำไรสุทธิเท่ากับ 5,332 ล้านบาท จากระดับกำไรสุทธิ 5,524 ล้านบาทในปี 62

โดยมีฐานสมาชิกรวม 3.4 ล้านบัญชี ใกล้เคียงกับปี 62 สินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมลดต่ำต่อเนื่องอยู่ที่ 1.8% ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดวิกฤติโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 63 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงกับระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ต่อเมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัวต่อเนื่องจากแรงกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 2 เป็นต้นมา ทำให้ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น รวมทั้งพอร์ตลูกหนี้ของเคทีซีสามารถขยายตัวได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้เกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประกาศปรับลดเพดานการคิดอัตราดอกเบี้ยในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ได้ส่งผลกระทบกับรายได้ของบริษัทเต็มไตรมาสสุดท้ายของปี

บริษัทจึงปรับกลยุทธ์โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้สามารถดูแลคุณภาพของสินทรัพย์ได้ดี รวมทั้งสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่สอดรับกับพฤติกรรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อีกทั้งปรับกระบวนการทำงานในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และบริหารต้นทุนทางการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงใช้มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงของลูกหนี้ให้เหมาะสม และการตัดหนี้สูญเพื่อให้พอร์ตลูกหนี้สะท้อนภาพความเป็นจริง โดยมีรายได้หนี้สูญได้รับคืนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

KTC ยังร่วมสนับสนุนมาตรการของกระทรวงการคลัง และ ธปท.อย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือด้านสินเชื่อสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งการปรับลดเพดานดอกเบี้ยและเพิ่มวงเงินให้กับลูกหนี้บัตรเครดิตและลูกหนี้สินเชื่อบุคคล การเปลี่ยนสินเชื่อเป็นระยะยาว เลื่อนการชำระค่างวดหรือเงินต้น การลดค่างวด เป็นต้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค.63 มีกลุ่มลูกหนี้สมัครเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างกับเคทีซีมียอดหนี้คงเหลือ 813 ล้านบาท (10,812 บัญชี)

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 ม.ค.63 ธปท.ได้ประกาศขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.64 ซึ่ง KTC จะได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวต่อไป

นายระเฑียร กล่าวอีกว่า สำหรับแผนในปี 64 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังส่งผลต่อเนื่อง และเกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศไทย บริษัทจะปรับแผนธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในพอร์ตลูกหนี้คุณภาพทั้ง 3 ธุรกิจหลัก โดยมุ่งรักษาพอร์ตลูกหนี้ให้มีคุณภาพดีและผูกพันกับเคทีซี ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งแบ่งเบาภาระเคียงข้างสมาชิกทุกกลุ่ม

โดยธุรกิจบัตรเครดิต จะร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เน้นส่งเสริมการตลาดที่เป็นออนไลน์มากขึ้นในทุกหมวดการใช้จ่ายซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อตอบรับกับความจำเป็นทุกความต้องการของสมาชิก ธุรกิจสินเชื่อบุคคล จะให้ความสำคัญกับการตอกย้ำทุกฟังก์ชันการใช้งานของบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ที่เพิ่มความสะดวกให้กับสมาชิกผู้ถือบัตรทั้งรูด โอน กด ผ่อนในบัตรเดียว ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม” เคทีซีจะมุ่งขยายตลาดในปีนี้เป็นหลัก โดยตั้งเป้าหมายเติบโตที่ 1,000 ล้านบาท เป็นฐานสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป

สำหรับแผนโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงิน “Payment System” อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลและวิธีการดำเนินการ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจใหม่ที่มาเสริมธุรกิจหลัก และสร้างโอกาสให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว

ทั้งนี้ ผลประกอบการ ในปี 63 ภายใต้มาตรฐาน TFRS9 เปรียบเทียบกับปี 62 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวมเท่ากับ 90,149 ล้านบาท เติบโต 4.3% , NPL ต่อเงินให้สินเชื่อรวมเท่ากับ 1.8% ฐานสมาชิกรวม 3.4 ล้านบัญชี แบ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต 2,575,684 บัตร เพิ่มขึ้น 2.6% สินเชื่อลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 60,235 ล้านบาท

ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตลดลง 7.7% หรือมีมูลค่ารวม 197,087 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บัตรเครดิต 1.3% ธุรกิจสินเชื่อบุคคล (รวมสินเชื่อธนวัฏและสินเชื่อเจ้าของกิจการ) มีจำนวนทั้งสิ้น 814,329 บัญชี ลดลง 8.3% จากการปิดบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม 29,915 ล้านบาท NPL ต่อเงินให้สินเชื่อลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเท่ากับ 2.7%

ในปี 63 บริษัทมีรายได้รวม 22,056 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยลูกหนี้บัตรเครดิตและลูกหนี้สินเชื่อบุคคลที่เพิ่ม 5.7% และ 2.8% ตามลำดับ เป็นอัตราเพิ่มที่ชะลอตัวลง เพราะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการลดเพดานอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน) ลดลง 11.0% จากรายได้ค่าธรรมเนียม Interchange Fee รายได้ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสด และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจร้านค้า (Acquiring Business) ที่ลดลง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 15,400 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายการบริหารงาน 7,260 ล้านบาท ลดลง 6.0% จากรายการทางการค้าและกิจกรรมการตลาดที่ลดลง ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 6,605 ล้านบาท (หนี้สูญ 4,920 ล้านบาท และหนี้สงสัยจะสูญ 1,685 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2.7% และต้นทุนทางการเงิน 1,534 ล้านบาทตามลำดับ

โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (Operating Cost to Income Ratio) เท่ากับ 25.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.3% ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) เท่ากับ 32.9% ลดลงจาก 34.1% เนื่องจากลดกิจกรรมการตลาดด้านการจัดหาสมาชิกบัตรใหม่ และหันไปเน้นส่งเสริมการตลาดใช้จ่ายผ่านบัตรออนไลน์มากขึ้น

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

KCE กำไรปี 65 ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

KCE กำไรปี 65 อยู่ที่ 2,317.23 ล้านบาท ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

ตลท. mai รับ บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี (NTSC) เริ่มซื้อขาย 9 ก.พ. ราคา IPO 26.25 บาทต่อหุ้น

บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี ผู้นำเข้า ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบ สารปรุงแต่งในอาหารคนและอาหารสัตว์ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 9 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,625 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “NTSC”

กนง. เผยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด

กนง.ย้ำความจำเป็นทยอยขึ้นดอกเบี้ย สอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ส่งออกชะลอตัวปีนี้ ก่อนฟื้นตัวปี 67 ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด

MEB พร้อมเข้าเทรดในตลาด mai 14 ก.พ.นี้ หลังประสบความสำเร็จขาย IPO 75.5 ล้านหุ้น

MEB ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 75.5 ล้านหุ้น ชูจุดแข็งผู้จำหน่าย E-Book เบอร์ 1 เมืองไทย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่โชว์สปิริตขอล็อคอัพหุ้นทั้งหมด 100%

SVR ราคาเปิดเหนือจองที่ 3.26 บาท (+48.18%) จากราคา IPO 2.20 บาท

SVR เปิดราคาซื้อขายวันแรกที่ 3.26 บาทต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้น 1.06 บาท หรือ +48.18% จากราคา IPO 2.20 บาทต่อหุ้น
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ