เศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารของ”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ตอนที่ 2

Must read

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

ในบทความตอนที่ 1 ผมได้กล่าวถึงอัตราส่วนคนยากจนในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงสมัยนายกทักษิณ ชินวัตร จนถึงนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม

และผมยังได้กล่าวถึงการเติบโตของรายได้ครัวเรือนไทยและสัดส่วนรายได้ครัวเรือนไทยเมื่อเทียบกับหนี้สินครัวเรือน รวมทั้งสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

  ผมขอนำมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่มีต่อต่อสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปัจจุบัน จากข้อมูลของ ธปท. ที่เผยแพร่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า“หนี้ครัวเรือน” ไตรมาส 2/2563 ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงขยับขึ้นสวนทางเศรษฐกิจที่หดตัวจากผลของโควิด-19

ซึ่งส่งผลทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี ที่ 83.8% ต่อจีดีพี(สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ในช่วงสมัยทักษิณ อยู่ที่ประมาณ 40% เท่านั้น) และเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสนั้นพบว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 9.22 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2/2563

ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์ คาดว่า สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ของไทย อาจขยับสูงขึ้นไปอยู่ในกรอบประมาณ 88-90% ต่อ GDP ณ สิ้นปี 2563 (ในขณะที่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวของประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในอาเซียนของเราอยู่ที่ประมาณ 10%ต้นๆเท่านั้น ภาพที่ 6)

ซึ่งนับเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 18 ปี (ข้อมูล ธปท. ย้อนหลังถึงปี 2546) ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนว่า ภาคครัวเรือนกำลังรับมือกับปัญหาการหดตัวของรายได้ ซึ่งเร็วกว่าการชะลอตัวของการกู้ยืม ตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไทยกำลังเผชิญ โดยเฉพาะท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในระยะ 1-2 ปี ข้างหน้านี้

โดยหนี้สินครัวเรือนไทยส่วนใหญ่มาจาก หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย หนี้ผ่อนรถยนต์ และผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการขาดสภาพคล่อง  ตามภาพที่ 7 และการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนแยกตามประเภทสินเชื่อ และประเภทของสถาบันการเงิน ตามภาพที่ 8

ภาพที่ 6: สัดส่วนหนี้ครัวเรือนปี 2007 และ 2017  ที่มา: EIC
ภาพที่ 7: หนี้ครัวเรือนปี 2562-2563  ที่มาของภาพ: Marketeer
ภาพที่ 8:การขยายตัวของหนี้ครัวเรือนแยกตามประเภทสินเชื่อ และประเภทของสถาบันการเงิน  ที่มา: EIC

สาเหตุข้อที่ 3 ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความแตกต่างของความมั่งคั่งระหว่างคนรวยและคนจนว่างมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก โดยประชากร 1% ที่รวยที่สุดของประเทศ ครอบครองความมั่งคั่งถึง 66.9% ของความมั่งคั่งทั้งประเทศ

ตามภาพที่ 9 ถ้าเปรียบเทียบความไม่สมดุลของความมั่งคั่งทั้งอาเซียน ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน โดยมีคะแนนอยู่ที่ 90.2 และจัดเป็นอันดับที่ 4 ของโลกในปี 2018 ตามภาพที่ 10 และ 11 และจากบทรายงานล่าสุดของเครดิตสวิส

ประชากรไทยที่อยู่ฐานล่างสุด 10% ครอบครองความมั่งคั่งเพียง 0% ของความมั่งคั่งของประเทศ และประชากรไทยฐานล่างสุดขึ้นมา 50% ครอบครองความมั่งคั่งเพียง 1.7% ของความมั่งคั่งของประเทศ ในขณะที่ ประชากรไทย 10% ที่รวยที่สุดในประเทศ ครอบครองความมั่งคั่งถึง 85.7% และช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อยๆในสมัยพลเอกประยุทธ์

ภาพที่ 9: ความมั่งคั่งระหว่างคนรวยและคนจน ที่มา: https://www.aseantoday.com/
ภาพที่ 10: Wealth Inequality in 2018, Credit: https://livingasean.com/
ภาพที่ 11: ความมั่งคั่งระหว่างคนรวยและคนจน ปี 2018, Credit: https://livingasean.com
ภาพที่ 12: GDP ไทย ปี 2009-2021 ที่มา: https://www.statista.com/

สาเหตุข้อที่ 4 การเติบโตของ GDP ประเทศไทยในช่วงสมัยรัฐบาลประยุทธ์ โตต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 รัฐบาล  โดยมีรายละเอียดดังนี้

GDP ช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ อยู่ที่ระหว่าง 3.44 ถึง 7.19% 6 ปี (2001-2006) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.37%

GDP ช่วงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ อยู่ที่ระหว่าง -0.69 ถึง 7.51% 4 ปี (2008-2011) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.35%

GDP ช่วงสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ระหว่าง 0.84 ถึง 7.24% 4 ปี (2011-2014) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.94%

GDP ช่วงสมัยรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ที่ระหว่าง -6.66(EXP) ถึง 4.13% 7 ปี (2014-2020) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.62%

  สาเหตุข้อที่ 5 การเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET INDEX) ตามภาพที่ 13 ในช่วง 4 รัฐบาล มีรายละเอียดดังนี้

SET INDEX ช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ (9/2/2001-19/9/2006) อยู่ที่ระหว่าง 327.51-702.56 ขึ้นมาเฉลี่ย 20.51%/ปี

SET INDEX ช่วงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ (17/12/2008-5/8/2011) อยู่ที่ระหว่าง 445.31-1,093.38 ขึ้นมาเฉลี่ย 52.92%/ปี

SET INDEX ช่วงสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ (5/8/2011-7/5/2014) อยู่ที่ระหว่าง 1,124.01-1,402.61 ขึ้นมาเฉลี่ย 9.01%/ปี

SET INDEX ช่วงสมัยรัฐบาลประยุทธ์ (24/8/2014-21/10/2020) อยู่ที่ระหว่าง 1,556.97-1,216.43 ลดลงเฉลี่ย 3.55%/ปี

จะเห็นได้ว่า SET INDEX ขึ้นเฉลี่ยสูงสุดในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ขณะที่แย่ที่สุดสมัยรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลเดียวใน 4 รัฐบาลที่ SET INDEX ลดลง

ภาพที่ 13: SET INDEX ปี 2000-2020

จาก 5 สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะเป็นสาเหตุหลักๆที่ประชาชนออกมาชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออก นอกเหนือจากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรม และการสืบทอดอำนาจ

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

คลัง คาดต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 27.5 ล้านคน รายได้ท่องเที่ยวแตะ 1.2 ล้านล้านบาท หนุนเศรษฐกิจโต 3.8%

คลัง คาดเศรษฐกิจปี 66 โต 3.8% นักท่องเที่ยวเข้าไทยพุ่ง 27.5 ล้านคน หนุนอุปสงค์ในประเทศฟื้น

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มในทุกภูมิภาค รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว

สศค. เผย เศรษฐกิจ ธ.ค.65 ท่องเที่ยวยังช่วยหนุน มองส่งออกชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าชะลอลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

ส่องเป้าหมาย ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปี 2566

เปิดคาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัว ชาวต่างชาติเริ่มกลับมา

สิวารมณ์ เคาะราคา IPO 2.20 บ.ต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. นี้ พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.66, วันที่ 1-2 ก.พ.66
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ