SK กระแสตอบรับดีเกินคาดยอดจองซื้อหุ้นคึกคัก ดีเดย์ลงสนาม เทรด mai หมวดวัสดุก่อสร้าง 8 ต.ค.นี้

Must read

BBIK จบรายการบิ๊กล็อต 2 รอบ 3% ปรับโครงสร้างการถือหุ้นรับแผนเพิ่มทุน

BBIK จบรายการบิ๊กล็อต 2 รอบ 3% ปรับโครงสร้างการถือหุ้นรับแผนเพิ่มทุน

J เผย ปี 65 มีกำไร 202.3 ลบ. ปีนี้ลุยเปิดศูนย์การค้าชุมชุนอีก 2 โครงการ เพิ่มพื้นที่เช่าแสนตร.ม.

J ผลงานปี 65 กำไรพุ่งแตะ 202 ลบ. ภาพรวมธุรกิจศูนย์การค้าชุมชนเติมโตคาดเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการในปีนี้ -  Senior Wellness รับเทรนด์ผู้บริโภค

KCE กำไรปี 65 ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

KCE กำไรปี 65 อยู่ที่ 2,317.23 ล้านบาท ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

ตลท. mai รับ บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี (NTSC) เริ่มซื้อขาย 9 ก.พ. ราคา IPO 26.25 บาทต่อหุ้น

บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี ผู้นำเข้า ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบ สารปรุงแต่งในอาหารคนและอาหารสัตว์ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 9 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,625 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “NTSC”

SK ผู้นำด้านประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้าและเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง อีกทั้งยังให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา ปลื้ม กระแสตอบรับการจองซื้อหุ้นดีเกินคาด เตรียมลงสนามเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 8 ตุลาคมนี้ พร้อมนำเงินสยายปีกรับงาน กฟผ. – กฟภ. ขนาด 230 KV – 500 KV ในอนาคต     

นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด   ฐานะหนึ่งในผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Lead Underwriter)เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK จำนวน 115.35 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าหุ้น SK ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจองซื้อหุ้นไอพีโอ เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จและได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักลงทุน  

 สาเหตุสำคัญมาจาก การกำหนดราคาเสนอขาย IPO เป็นราคาที่เหมาะสม คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 8 เท่า ในขณะปัจจุบัน P/E Ratio ของบริษัทเทียบเคียง อยู่ที่ 11.38 เท่า ประกอบกับบริษัทฯ มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ธุรกิจมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยรายได้รวมย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2560 – ปี 2562) เติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี และที่สำคัญบริษัทฯ อิงกับการเติบโต จากนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาล ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ SK 

ดร.วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขายหุ้น IPO ของ SK ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จากความโดดเด่นการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา และด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ประกอบการ ที่มีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ  อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา

 “ SKถือว่าเป็นบริษัทฯ ที่มีการวางกลยุทธ์ที่ดี สำหรับการกระจายความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของรายได้ แม้ว่าที่ผ่านมารายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง แต่บริษัทฯ ได้พยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้าหลักคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และในอนาคตบริษัทฯ จะสามารถเข้าร่วมในการประมูลงานรับเหมาระบบสายส่ง ขนาด 230 KV ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ หลังจากที่โครงการ Consortiumเสร็จสิ้น  ซึ่งในแต่ละปี กฟภ. และ กฟผ. มีการขยายสายส่งไฟฟ้า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศด้านพลังงาน ดังนั้น SKก็จะได้อานิสงส์จากการเติบโตตามแผนการดังกล่าว ” 

ทางด้านที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ กล่าวตอกย้ำว่า การเติบโตของธุรกิจในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง และในส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการตลาดในอุตสาหกรรมงานรับเหมาสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นเครื่องการันตีที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน จนเป็นที่ยอมรับในการเข้าประมูลงานของทุกภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม 521.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 35.35 ล้านบาท ในปี 2561บริษัทฯ มีรายได้รวม 637.30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28.81 ล้านบาท ปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 677.07 ล้านบาท กำไรสุทธิ 50.26 ล้านบาท และไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 274.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.29 ล้านบาท นอกจากนี้ ณ สิ้นสุดไตรมาส 2/2563 SKยังมีงานรับเหมาก่อสร้าง ที่รอการส่งมอบอีกกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Back log) อีกกว่า 157.22 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยรับรู้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้ ซึ่งโดยธรรมชาติในธุรกิจของSK แล้ว จะเป็นโครงการระยะสั้นที่มีการประมูลปีต่อปีเป็นส่วนใหญ่

อีกทั้งSK ยังถือเป็นบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนเพียง 0.17 เท่า และยังมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น

ขณะที่นายภากร ตั้งนุกูลกิจ กรรมการบริษัทและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK กล่าวว่า ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่ให้ความสนใจกับหุ้นของ SK หลังจากเปิดจองซื้อในช่วงที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ เตรียมนำเงินที่ได้จากการะดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน และต่อยอดโอกาสในการขยายธุรกิจ ตามนโยบายการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนจะเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า และงานรับเหมาก่อสร้างโยธาทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีแผนที่จะลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตรองรับโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตและการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ Consortium เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับงานสายส่งไฟฟ้าขนาด 230KV ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และตั้งเป้าการรับงานสายส่งไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 500 KV ในอีก 2 ปีหน้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการขยายช่องทางการลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพและต่อยอดความแข็งแกร่งทางธุรกิจในอนาคต

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

BBIK จบรายการบิ๊กล็อต 2 รอบ 3% ปรับโครงสร้างการถือหุ้นรับแผนเพิ่มทุน

BBIK จบรายการบิ๊กล็อต 2 รอบ 3% ปรับโครงสร้างการถือหุ้นรับแผนเพิ่มทุน

J เผย ปี 65 มีกำไร 202.3 ลบ. ปีนี้ลุยเปิดศูนย์การค้าชุมชุนอีก 2 โครงการ เพิ่มพื้นที่เช่าแสนตร.ม.

J ผลงานปี 65 กำไรพุ่งแตะ 202 ลบ. ภาพรวมธุรกิจศูนย์การค้าชุมชนเติมโตคาดเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการในปีนี้ -  Senior Wellness รับเทรนด์ผู้บริโภค

KCE กำไรปี 65 ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

KCE กำไรปี 65 อยู่ที่ 2,317.23 ล้านบาท ลดลง 4.5% ด้านโบรกปรับมุมมองเป็นลบ จากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนสูง

ตลท. mai รับ บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี (NTSC) เริ่มซื้อขาย 9 ก.พ. ราคา IPO 26.25 บาทต่อหุ้น

บมจ. นิวทรีชั่น เอสซี ผู้นำเข้า ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบ สารปรุงแต่งในอาหารคนและอาหารสัตว์ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 9 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,625 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “NTSC”

กนง. เผยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด

กนง.ย้ำความจำเป็นทยอยขึ้นดอกเบี้ย สอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ส่งออกชะลอตัวปีนี้ ก่อนฟื้นตัวปี 67 ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก คาดเงินเฟ้อพื้นฐานเสี่ยงสูงนานกว่าคาด
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ