TISCO จับตาประชุม Fed ก.ย.นี้ จ่อหั่น QE – ส่งซิกขึ้นดอกเบี้ย กดดันหุ้นโลกปรับฐาน

Must read

10 หุ้น IPO สถานะเตรียมเข้าระดมทุนเร็วๆนี้

ปัจจุบันมี บริษัทที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้น IPO แล้วจำนวน 10 บริษัท

WICE ส่งบ.ร่วมทุนเปิด 2 สาขามาเลเซีย-ปีนัง ตั้งเป้ารายได้ 400 ลบ. ในปี 65

WICE ส่งบริษัทย่อย WICE Logistics Singapore ผนึกพันธมิตรมาเลเซีย จัดตั้งบริษัทร่วมทุน  ในนาม WICE Logistics Malaysia พร้อมเปิดสาขาใหม่ในเมือง หนิงโป ประเทศจีน เสริมแกร่งขยายโครงข่ายขนส่งสินค้า ก้าวสู่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก ตั้งเป้ารายได้เติบโต 400 ล้านบาท ในปี 65

TTB เผยกำไร Q3/64 เติบโต 46% อยู่ที่ 2.35 พันล้าน

TTB เผยงวด Q3/64 มีกำไร 2,358.64 ลบ. เติมโต 45.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน หลัง การบริหารต้นทุน-ปรับโครงสร้าง ตั้งสำรองลดลงแม้ยังสูงกว่าภาวะปกติ

RBF คาดออเดอร์ CBD-THC ไหลเข้าต่อเนื่อง, ลุยส่งออกแข่งขันต่างประเทศ

RBF เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้รับใบอนุญาตปลูก, โรงสกัด CBD-THC, ผลิต จำหน่าย ส่งออก สารสกัดจากกัญชง ปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้ารับคำสั่งซื้อและสั่งจองสารสกัด CBD-THC จากลูกค้าปลายน้ำจำนวนมาก โดยการผลิตสินค้านั้นเพื่อจำหน่ายจะอยู่ภายใต้ ข้อกำหนดของ อย.

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ แนะจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เดือน กันยายน ชี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางตลาดหุ้นมาหลายครั้ง รอบนี้คาด Fed ส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มงวด ทั้งเตรียมลดการอัดฉีดสภาพคล่อง และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย กดดันหุ้นทั่วโลกปรับฐาน

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงผลักดันจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่หลังจากนี้ภาพการลงทุนอาจเปลี่ยนไป หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น และแน่นอนว่าในระยะสั้นหุ้นทั่วโลกจะปรับฐานรับข่าวดังกล่าว

โดย TISCO คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มงวดในการประชุมวันที่ 21 -22 กันยายนนี้ โดยจะเปิดเผยคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ของปี 2567 เป็นครั้งแรก ซึ่งหาก Fed ส่งสัญญาณลดการอัดฉีดสภพคล่อง (QE) รวมถึงส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงในปี 2567 ต่อเนื่องจากที่เคยส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2566 ก็อาจจุดชนวนและเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานลงได้

“ที่ผ่านมา Fed มักจะใช้โอกาสการประชุมในเดือนกันยายนในการประกาศนโยบายการเงินที่สำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของทิศทางนโยบายการเงิน เนื่องจาก หลังการประชุมจะมีการเปิดเผยคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ และดอกเบี้ย (Dot Plot) ของปีถัดไปเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ตลาดเห็นทิศทางของนโยบายชัดขึ้น อย่างเช่น ในการประชุมปี 2560 ที่ Fed ออกมาประกาศว่าจะเริ่มลดขนาดงบดุลในเดือนถัดไป ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนไประยะหนึ่ง ดังนั้น ในการประชุมที่จะถึงนี้แนะนำให้ลูกค้า และนักลงทุนติดตามผลการประชุมอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนการส่งสัญญาณลด QE และคาดการณ์ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยสำคัญของการกำหนดทิศทางการลงทุนในอนาคต” นายคมศรกล่าว

ทั้งนี้ ทิสโก้ คาดการณ์ว่าในการประชุมครั้งนี้ Fed จะเริ่มส่งสัญญาณถึงนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น มาจากปัจจัยสนับสนุน 3 ปัจจัยคือ

1. ความกังวลจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าจะผ่อนคลายลง หลังหลายประเทศอนุมัติการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

2. การจ้างงานในสหรัฐฯ จะเริ่มเร่งตัวขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้การกลับมาทำงานของคนในสหรัฐฯ อาจจะยังมีอุปสรรคทั้งจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส การดูแลบุตรอยู่บ้าน และสวัสดิการว่างงานพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้แรงงานบางส่วนไม่ต้องการกลับไปทำงาน แต่ปัจจัยดังกล่าวเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากโรงเรียนเริ่มทยอยเปิด และการยุติการจ่ายเงินสวัสดิการว่างงานพิเศษในหลายรัฐ ส่งผลให้การจ้างงานเริ่มกลับมาดีขึ้น โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเกิน 9 แสนตำแหน่งต่อเนื่องในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจ้างงานที่กลับมาแข็งแกร่งนี้เอง จะทำให้ Fed มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมีความจำเป็นลดลง

3. คณะกรรมการ Fed บางส่วนแสดงความกังวลต่อราคาบ้านที่พุ่งขึ้นแรงต่อเนื่องและสนับสนุนให้ Fed ถอนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยดัชนี S&P Case-Shiller Home Price Index ซึ่งชี้วัดราคาบ้านในสหรัฐฯ ล่าสุดเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงที่ฟองสบู่ตลาดบ้านในสหรัฐฯ ก่อตัวขึ้นในปี 2548 – 2549 ก่อนจะนำไปสู่วิกฤต Subprime ในปี 2551

นายคมศรกล่าวอีกว่า นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของ Fed จะกดดันตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังค่อนข้างช้า เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัคซีน รวมถึงภาคการผลิตและการส่งออกที่เริ่มชะลอตัวลง หลังการเปิดเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีการเร่งซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมากในช่วง Lockdown ไปสู่การใช้จ่ายในภาคบริการมากขึ้น นอกจากนั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มกลับมาลดลงยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันตลาดเกิดใหม่อีกด้วย

ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้น มองว่ามีโอกาสการปรับขึ้น (Upside) เริ่มจำกัด เนื่องจากมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด และยังมีความเสี่ยงจากประเด็นการขึ้นภาษีนิติบุคคลที่กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาและจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป เพราะ Valuation ยังดูน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในขณะที่เศรษฐกิจเริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นจากการคลาย Lockdown ในหลายประเทศ

ส่วนด้านนโยบายเศรษฐกิจยังคงผ่อนคลายกว่าในสหรัฐฯ โดยธนาคารกลางยุโรปยังคงย้ำว่าจะยังอัดฉีดสภาพคล่องต่อไปจนถึงปีหน้า ประกอบกับงบกระตุ้นเศรษฐกิจจาก Euro Recovery Fund ที่จะกระจายเข้าสู่ระบบในปีหน้าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article

10 หุ้น IPO สถานะเตรียมเข้าระดมทุนเร็วๆนี้

ปัจจุบันมี บริษัทที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้น IPO แล้วจำนวน 10 บริษัท

WICE ส่งบ.ร่วมทุนเปิด 2 สาขามาเลเซีย-ปีนัง ตั้งเป้ารายได้ 400 ลบ. ในปี 65

WICE ส่งบริษัทย่อย WICE Logistics Singapore ผนึกพันธมิตรมาเลเซีย จัดตั้งบริษัทร่วมทุน  ในนาม WICE Logistics Malaysia พร้อมเปิดสาขาใหม่ในเมือง หนิงโป ประเทศจีน เสริมแกร่งขยายโครงข่ายขนส่งสินค้า ก้าวสู่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก ตั้งเป้ารายได้เติบโต 400 ล้านบาท ในปี 65

TTB เผยกำไร Q3/64 เติบโต 46% อยู่ที่ 2.35 พันล้าน

TTB เผยงวด Q3/64 มีกำไร 2,358.64 ลบ. เติมโต 45.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน หลัง การบริหารต้นทุน-ปรับโครงสร้าง ตั้งสำรองลดลงแม้ยังสูงกว่าภาวะปกติ

RBF คาดออเดอร์ CBD-THC ไหลเข้าต่อเนื่อง, ลุยส่งออกแข่งขันต่างประเทศ

RBF เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้รับใบอนุญาตปลูก, โรงสกัด CBD-THC, ผลิต จำหน่าย ส่งออก สารสกัดจากกัญชง ปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้ารับคำสั่งซื้อและสั่งจองสารสกัด CBD-THC จากลูกค้าปลายน้ำจำนวนมาก โดยการผลิตสินค้านั้นเพื่อจำหน่ายจะอยู่ภายใต้ ข้อกำหนดของ อย.

CIMBT เผย ผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 1,708.2 ล้านบาท ปีนี้โต 16.4%

CIMBT ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3/64 มีกำไรสุทธิ 753.38 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.02 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 81.66 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.002 บาท
รับข่าวสาร

ไม่พลาดข่าวสารและอัพเดตจาก Money Club Asia กรอกชื่อและอีเมลด้านล่างได้เลยครับ